เวนเกอร์ยัน!แมนยูเคยทาบทามตนเป็นกุนซือ

อาร์แซน เวนเกอร์ ขงเบ้งลูกหนังเลือดเฟร้นช์ เปิดเผยความจริงว่าสมัยที่ยังทำงานเคยได้รับการทาบทามจากสโมสรชั้นนำในลีกยุโรปมากมาย และหนึ่งในนั้นก็คือ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่อยากได้ตนไปทำหน้าที่วางหมากด้วย

อาร์แซน เวนเกอร์ อดีตผู้จัดการทีม "ไอ้ปืนใหญ่" อาร์เซน่อล สโมสรดังแห่งศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ออกโรงเปิดเผยความจริงว่าตนเคยได้รับข้อเสนอจาก "ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ให้เข้ามาทำหน้าที่เป็นกุนซือในช่วงระหว่างที่ยังทำงานอยู่

กุนซือชาวฝรั่งเศส ตัดสินใจอำลา อาร์เซน่อล เมื่อปี 2018 หลังจากนั่งกุมบังเหียนมาอย่างยาวนานถึง 22 ปี โดยปัจจุบันเขายังไม่หวนกลับมารับงานคุมทีมไหนทั้งนั้น และในสมัยที่ยังโลดแล่นอยู่ในวงการลูกหนัง เวนเกอร์ ได้ชื่อว่าเป็นคู่แข่งตัวฉกาจของ เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ในการนำสโมสรแย่งชิงความยิ่งใหญ่ในลีกสูงสุดเมืองผู้ดี

เวนเกอร์ ซึ่งปัจจุบันอายุ 70 ปีแล้ว เผยว่าเคยมีโอกาสได้รับข้อเสนอให้คุมสโมสรใหญ่ๆ มากมายรวมไปถึง แมนฯ ยูไนเต็ด ด้วย พร้อมกันนี้เจ้าตัวยังระบุว่าตอนนี้กำลังพิจารณาเรื่องอนาคตว่าจะหวนกลับมาสู่วงการฟุตบอลหรือไม่ หลังจากที่ปฏิเสธงานไปหลายครั้ง

จากการให้สัมภาษณ์กับ "เดอะ ไทม์ส" สื่อดังระดับโลกว่าเคยได้รับข้อเสนอจาก ปารีส แซงต์-แชร์กแมง หรือไม่ โดย เวนเกอร์ ตอบว่า "ผมเคยรับข้อเสนอให้ทำงานนั้น 2-3 ครั้ง" นอกจากนี้เจ้าตัวยังยืนยัน บาเยิร์น มิวนิค, เรอัล มาดริด, บาร์เซโลน่า, ยูเวนตุส รวมทั้งทีมชาติฝรั่งเศส ก็เคยยืนข้อเสนอเช่นกัน

ส่วนคำถามที่ว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้ยื่นข้อเสนอเพื่อให้ทำงานที่โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด หรือไม่ เรื่องนี้ ตำนานนายใหญ่ "เดอะ กันเนอร์ส" ตอบชัดเจนว่า "ใช่" ส่วนคำถามต่อไปว่ามีข้อเสนอยื่นเข้ามาตอนไหน เวนเกอร์ เผยว่า "ผมไม่บอกคุณเรื่องนั้นหรอก แต่ผมบอกได้ว่า แมนฯ ยูไนเต็ด ยื่นข้อเสนอให้ผมรับงานจริง"

ลัลลาน่าเปิดบทสนทนากับคล็อปป์ก่อนลาลิเวอร์พูล

ขอบคุณบอส! อดัม ลัลลาน่า เปิดบทสนทนากับ เจอร์เก้น คล็อปป์ ตอนก่อนอำลา ลิเวอร์พูล มาเล่นให้ ไบรท์ตัน เผยเจ้านายเป็นคนตรงไปตรงมา และอยากให้ตัวเองได้ลงเล่นเป็นประจำ

อดัม ลัลลาน่า กองกลาง ไบรท์ตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบี้ยน เปิดเผยว่า ตัวเองได้พูดคุยกับ เจอร์เก้น คล็อปป์ ผู้จัดการทีม ลิเวอร์พูล ถึงเรื่องการอำลาถิ่น แอนฟิลด์ ตั้งแต่เดือนตุลาคม ปีที่แล้ว ก่อนที่จะได้ย้ายมาอยู่กับ "เจ้านกนางนวล" ในช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา

ลัลลาน่า วัย 32 ปี ที่เล่นให้ "หงส์แดง" มา 6 ปี เผยผ่าน บีบีซี เรดิโอ ไฟฟ์ ไลฟ์ ว่า "ผมจะบอกข้อมูลเชิงลึกให้คุณฟังบ้างว่า ผมได้คุยกับ เจอร์เก้น เมื่อเดือนตุลาคม ปีที่แล้ว เรานั่งคุยกันอย่างเปิดอก พวกเรามีความสัมพันธ์ที่ดี และผมก็แค่พูดว่า "ผมจะเป็นอย่างไรในปีหน้า? "

"ผมรู้ว่า ตัวเองกำลังจะหมดสัญญา และรู้ว่า ไม่ได้ลงสนามเป็นประจำ แม้ผมยังมีส่วนสำคัญในทีม แต่ผมต้องการความตรงไปตรงมา ขณะที่เขาก็บอกผมตรงๆ ว่า "ให้เอเยนต์ของนายเริ่มมองหาทีมใหม่ได้เลยนะ" นั่นไม่ได้หมายความว่า คุณไม่ได้อยู่ในแผนการทำทีม หรือเขาจะไม่ใช้งานผม"

"จากนั้นอีก 4 วันต่อมาเขาก็ดึงผมติดทีมไปเล่นที่ โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด และผมก็ทำประตูตีเสมอ ผมคิดว่า มันแสดงให้เห็นว่า เจอร์เก้น เป็นคนอย่างไร เขาเป็นคนซื่อสัตย์ตรงไปตรงมา เขาบอกผมว่า ผมสมควรได้ลงเล่นมากกว่านี้ และสมควรมีเวลาในสนามมากขึ้น"

"เขาไม่สามารถให้สิ่งนั้นกับผมได้ จากนั้นผมก็ได้รับคำอวยพรจากเขาและสโมสรในการให้เอเยนต์ของผมไปพูดคุยเพื่อหาทีมใหม่สำหรับฤดูกาลหน้าซึ่งมันก็คือซีซั่นนี้นี่เอง" ลัลลาน่า ทิ้งท้าย

ไล่หมาก-แมนยูแพ้เละคาบ้าน! ซน-เคน ซัดเบิ้ลพาสเปอร์สบุกถล่มไม่ไว้หน้า

"ปีศาจแดง" โชว์ฟอร์มได้สุดห่วยอีกนัดหนึ่งในหน้าประวัติศาสตร์สโมสร หลังโดน สเปอร์ส บุกมาถล่มเละแพ้คาบ้านด้วยสกอร์ 1-6 เกมนี้ "ผีแดง" ต้องเหลือแค่ 10 คนหลัง อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล โดนใล่ออกตั้งแต่นาทีที่ 28 ก่อนจะโดนทัพไก่ที่ตัวมากกว่าไล่ถล่มไม่ไว้หน้า ซน ฮึง-มิน ควงแฮร์รี่ เคน เหมาคนละสองเม็ด ในเกมพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ผ่านมา

สนาม : โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด

    เกมพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ประจำวันอาทิตย์ที่ 4 ตุลาคม ทัพปีศาจแดงของ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา เกมนัดล่าสุด บุกไปชนะไบร์ทตันในศึก คาราบาว คัพ 3-0 ผ่านเข้าสู่รอบ 8 ทีมสุดท้ายได้สำเร็จ

    โดยเกมในวันนี้จะไม่มี  ฟิล โจนส์ และ อักเซล ตวนเซเบ้ ที่มีอาการบาดเจ็บอยู่ ส่วนตัวหลักคนอื่นๆ ยังอยู่กันครบ นำมาโดยกัปตันทีม  แฮร์รี่ แม็กไกวร์ ที่ได้พักในเกมกับไบร์ทตัน จะได้กลับมาลงสนามอีกครั้งคู่กับ เอริก ไบยี่ ที่โชว์ฟอร์มได้ยอดเยี่ยมในเกมล่าสุด

    แผงกองกลางยังคงเป็นชุดประจำนำมาโดย ปอล ป็อกบา กับ เนมานย่า มาติช คุมเกมโดยมี บรูโน่ แฟร์นันด์ส ทำเกมรุก ซึ่งดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค ยังคงต้องรอโอกาสออกสตาร์ตเป็นตัวจริงต่อไป ริมเส้นเป็น เมสัน กรีนวู้ด และ มาร์คัส แรชฟอร์ด ส่วนกองหน้าตัวเป้าใช้ อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล เช่นเคย

    ทางฝั่งผู้มาเยือน สเปอร์ส ที่คุมทัพโดย โชเซ่ มูรินโญ่ อดีตนายเก่าของผีแดง นัดล่าสุดลงเล่นในศึกยูโรปา ลีก รอบเพลย์ออฟ เอาชนะ มัคคาบี้ ไฮฟา ไปแบบถล่มทลาย 7-2

    ทัพไก่เดือยทองไม่มีปัญหานักเตะบาดเจ็บหรือติดโทษแบนเพิ่มเติม จะมีเพียง แกเร็ธ เบล ที่ยังต้องเรียกความฟิต กองกลางใช้  ปิแอร์-เอมิล ฮอยเบิร์ก, มุสซ่า ซิสโซโก้ และ ต็องกีย์ เอ็นดอมเบเล่ โดยแดนหน้าเป็น เอริก ลาเมล่า, แฮร์รี่ เคน  และซน ฮึง-มิน ที่ฟิตกลับมาช่วยทีมได้ทัน

    เริ่มเกมมาเพียง 30 วินาที แฟนปีศาจแดง ได้เฮกันอย่างรวดเร็ว เมื่อ อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล ไปโดน ดาวินซอน ซานเชซ เข้าบอลจากด้านหลังในกรอบเขตโทษ ผู้ตัดสิน แอนโทนี่ เทย์เลอร์ ชี้เป็นลูกจุดโทษให้กับเจ้าถิ่นทันที

    ก่อน บรูโน่ แฟร์นันด์ส รับหน้าที่สังหารไม่พลาด เปิดสกอร์ให้ แมนฯ ยูไนเต็ด ขึ้นนำไปก่อน 1-0 ตั้งแต่เริ่มเกมเพียง 2 นาที

    แต่เพียงแค่นาทีที่ 4 เท่านั้น สเปอร์ส มาทวงประตูคืนอย่างรวดเร็วเช่นกัน เมื่อแนวรับเจ้าถิ่นเคลียร์บอลกันไม่ขาดเอง แฮร์รี่ แม็กไกวร์ โหม่งไม่พ้นเขตอันตราย ก่อนไปกั๊กจังหวะกับ ลุค ชอว์ ที่เบียดกับ เอริก ลาเมล่า ตรงกรอบ 6 หลา ก่อนบอลทะลักมาให้ ต็องกีย์ เอ็นดอมเบเล่ เติมขึ้นมายิงเปรี้ยงเดียวไม่เหลือ ไก่เดือยทอง บุกไล่เจ๊า 1-1

    จากนั้นนาทีที่ 7 แฟนทีมเยือนได้เฮอย่างรวดเร็ว เมื่อ แฮร์รี่ แม็กไกวร์ ไปฟาวส์ แฮร์รี่ เคน ก่อน แฮร์รี่ เคน จากอาศัยจังหวะเล่นเร็ว จ่ายทะลุช่องให้ ซน ฮึง-มิน ใช้ความเร็ววิ่งแซงเอาชนะ เอริก ไบยี่ กับ ลุค ชอว์ ก่อนยกบอลข้ามตัว ดาบิด เด เคอา ไปอย่างเหนือชั้น ให้ สเปอร์ส แซงนำ 2-1 ทำให้เกมนี้ยิงกัน 3 ประตู ตั้งแต่ยังไม่ถึง 10 นาทีแรกของเกม
 
     นาทีที่ 19 แฟนผี มีลุ้นได้เสียว เมื่อ บรูโน่ แฟร์นันด์ส อย่างสวยให้ มาร์คัส แรชฟอร์ด ดึงจังหวะหลอก แซร์จ ออริเยร์ หนึ่งจังหวะก่อนยิงเต็มข้อ แต่บอลไปชนเสาเต็มๆ อย่างไรก็ตามลูกนี้ แม้จะยิงเข้าแต่ แรชฟอร์ด ก็โดนตีธงล้ำหน้าอยู่ดี

     นาทีที่ 27 ทีมเยือนทำเจ้าถิ่นเสียวไส้อีกครั้ง เมื่อ ต็องกีย์ เอ็นดอมเบเล่ กึ่งยิงกึ่งผ่านมาหน้าประตู ติดเซฟ ดาบิด เด เคอา จังหวะแรก ก่อนมาเข้าทางปืนของ  เอริก ลาเมล่า กดยิงเต็มๆ ยังดีที่ เอริก ไบยี่ ตามไปบล็อกได้ทัน ทำให้บอลแฉลบออกหลังไป

     จากนั้นนาทีที่ 29 สถานการณ์ของ ปีศาจแดง ยิ่งเลวร้ายกว่าเก่า เมื่อเหลือผู้เล่น 10 คน เมื่อ อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล  ไปออกมือตบใส่หน้า เอริก ลาเมล่า หลังโดน เอริก ลาเมล่า ชักศอกใส่หน้า ผู้ตัดสิน  แอนโทนี่ เทย์เลอร์ ชูใบแดงให้ มาร์กซิยาล โดยตรงไล่ออกจากสนามทันทีแบบไม่ต้องเช็กวีเออาร์ ส่วน เอริก ลาเมล่า รับแค่ใบเหลือง

     ก่อนนาทีที่ 31 สเปอร์ส มาได้ประตูนำห่าง เมื่อ  เอริก ไบยี่ จ่ายบอลกน้าประตูถูก แฮร์รี่ เคน ตามมาสไลด์ ก่อนบอลจะหลุดมาถึง ซน ฮึง-มิน ปั้นคืนเพื่อนบ้าน จ่ายให้ แฮร์รี่ เคน วิ่งตามมาแปจ่อๆไม่เหลือ ทีมตราไก่ บุกนำห่าง 3-1

     นาทีที่ 37 ทีมเยือน ยังมาโหด มุสซ่า ซิสโซโก้ จ่ายบอลยาวให้ แซร์จ ออริเยร์ หลุดขึ้นมาทางฝั่งขวาของสนาม ก่อนเปิดลอดขา แฮร์รี่ แม็กไกวร์ มาที่เสาแรกให้ ซน ฮึง-มิน ตามชาร์จจ่อๆไม่เหลือ ทำให้ สเปอร์ส บุกนำห่าง แมนฯ ยูไนเต็ด ถึงโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด 4-1 เป็นประตูที่สองในเกมนี้ของดาวยิงวัย 28 ปี พร้อมขึ้นนำดาวซัลโวร่วมกับ โดมินิค คัลเวิร์ต-ลูวิน ที่ 6 ประตูเท่ากัน
 
     ช่วงเวลาที่เหลือทำอะไรกันเพิ่มไม่ได้ หมดครึ่งแรกจึงเป็น สเปอร์ส บุกนำ  แมนฯ ยูไนเต็ด ถึงถิ่น ด้วยสกอร์สุดเหลือเชื่อ 4-1
 
    ครึ่งหลัง "ผีแดง" เปลี่ยนรวดเดียวสองคนส่ง สกอตต์ แม็คโทมิเนย์ และเฟร็ด ลงไปเล่นแทน บรูโน่ แฟร์นันด์ส และเนมานย่า มาติช ขณะที่ สเปอร์ส ถอดเอา เอริก ลาเมล่า ออกแล้วส่ง ลูคัส มูร่า เล่นแทน

    เกมรับเจ้าถิ่นยังไม่ดีขึ้น นาที 51 ต้องมาสังเวยประตูที่ห้า จากจังหวะที่ ปิแอร์-เอมิล ฮอยเบิร์ก แทงบอลยาวตัดหลังแนวรับมาถึง แซร์จ ออริเยร์ หลุดเข้าไปล่อเป้าซัดบอลผ่าน เด เคอา เสียบมุมเสาไกล ให้ "ไก่เดือยทอง" นำโด่ง 5-1

    เกมรุกของ แมนฯยูฯ ปั้นเกมกันไม่ขึ้นเลย นาที 67 โซลชา เปลี่ยนคนสุดท้าย ส่ง ดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค ลงมาเล่นแทน เมสัน กรีนวู้ด

    นาที 72 ลูกทีมของ "มูรินโญ่" เกือบได้เม็ดที่หก คราวนี้ แฮร์รี่ เคน หลุดเข้าไปในกรอบทางด้านขวาก่อนซัดเลียดเสาแรก แต่ยังไม่พ้นมือ ดาบิด เด เคอา ที่ปัดออกหลังไปได้

    นาที 79 ปอล ป็อกบา ไปพลาดท่าทำเสียจุดโทษหลังพุ่งไปสไลด์แต่ด้วยแรงเฉื่อยทำให้ไปเสียบ เบน เดวิส ผู้ตัดสินเป่าเป็นจุดโทษทันที ก่อนที่ แฮร์รี่ เคน จะสังหารเข้าไปไม่พลาด และเป็นประตูที่สองในเกมนี้ของดาวยิงทีมชาติอังกฤษ พาสเปอร์
สนำโด่งๆถึง 6-1

    จบเกม "ปีศาจแดง" พ่ายเละคาบ้านให้กับ สเปอร์ส 1-6 ทำให้เล่นไป 3 นัดแพ้คาบ้านไป 2 เกม มี 3 คะแนน อยู่อันดับ 16 ส่วน "ไก่เดือยทอง" ขึ้นมาอยู่อันดับ 5 มี 7 คะแนน

      รายชื่อนักเตะของทั้งสองทีม

        แมนฯ ยูไนเต็ด (4-2-3-1) : ดาบิด เด เคอา – อารอน วาน-บิสซาก้า, เอริก ไบยี่, แฮร์รี่ แม็กไกวร์, ลุค ชอว์ – ปอล ป็อกบา, เนมานย่า มาติช (สกอตต์ แม็คโทมิเนย์ น.46) – เมสัน กรีนวู้ด (ดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค น.68), บรูโน่ แฟร์นันด์ส (เฟร็ด น.46), มาร์คัส แรชฟอร์ด – อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล
    
        สเปอร์ส (4-3-3) : อูโก้ โยริส -แซร์จ ออริเยร์, ดาวินซอน ซานเชซ, เอริก ดายเออร์,เซร์คิโอ เรกีลอน – มุสซ่า ซิสโซโก้, ปิแอร์-เอมิล ฮอยเบิร์ก, ต็องกีย์ เอ็นดอมเบเล่ (เดเล่ อัลลี่ น.69) – เอริก ลาเมล่า (ลูคัส มูร่า น.46), แฮร์รี่ เคน ,ซน ฮึง-มิน (เบน เดวิส น.73)
 
        ผู้ตัดสิน : แอนโทนี่ เทย์เลอร์

โค้ชโอ่งเผยอาการเจ็บสุมัญญาจนต้องเปลี่ยนตัว

หลังเกม บิ๊กแมตช์ บีจี ปทุม เปิดบ้าน เฉือนชนะบุรีรัมย์ไป 1-0 ได้ประตูจากอดีตกองหลัง ”ปราสาทสายฟ้า” อย่าง อันเดรส ตูเญซ นำเป็นจ่าฝูงต่อไป โดยทิ้งอันดับ 2 ราชบุรี ที่ 5 แต้ม พร้อมเป็นทีมเดียวที่ยังไม่แพ้ใครอีกด้วยสำหรับ ”กระต่ายแก้ว” ในศึกไทยลีก 1 ฤดูกาล 2020 เลกแรก นัดตกค้าง เมื่อเสาร์ที่ 10 ต.ค. 63 ที่ผ่านมา

ล่าสุด หลังจบเกมดังกล่าว "โค้ชโอ่ง"ดุสิต เฉลิมแสน กุนซือ บีจี ปทุม ยูไนเต็ด ได้ออกมาเผยอาการบาดเจ็บของ สุมัญญา ปุริสาย ที่ต้องเปลี่ยนตัวออก เพราะเจ้าตัวบอกโดนกระแทกที่ศรีษะ ทำให้ตาพร่ามัว จนมองไม่ชัด เลยตัดสินใจเปลี่ยนตัวออก และผลชนะเกมบุรีรัมย์ ในเกมนี้ คือเกมที่ดีที่สุด ยันตั้งเป้าก่อนเกมหวังเอาชนะบุรีรัมย์ให้ได้อยู่แล้ว จุดแข็งคือลูกเซ็ตพีชที่หวังผลได้ หลังจากนี้เราจะรักษาผลงานที่ยอดเยี่ยมให้ได้ต่อไป

สโคลส์จวกบอร์ดแมนยูไม่หนุนโซลชาซื้อแข้งไม่ตรงเป้า

พอล สโคลส์ อดีตยอดมิดฟิลด์ของ แมนฯ ยูไนเต็ด ออกโรงเฉ่งบอร์ดบริหารของ แมนฯ ยูไนเต็ด ที่ไม่หนุนการเสริมทัพของ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา แบบจริงจัง โดยบอกว่า โซลชา ไม่ได้นักเตะที่ตัวเองต้องการมาร่วมทัพเลย ซึ่งก็เหมือนกับกรณีของกุนซือ "ปีศาจแดง" คนก่อนๆ พร้อมเชื่อว่าสาเหตุที่บอร์ด แมนฯ ยูไนเต็ด ไม่จริงจังเท่าไหร่ในตลาดรอบล่าสุดเป็นเพราะตายใจจากผลงานที่ดีในช่วงปลายซีซั่นก่อน

พอล สโคลส์ ตำนานกองกลางของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยอดสโมสรแห่งวงการ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ตำหนิบอร์ดบริหารของ "ปีศาจแดง" ที่ไม่สนับสนุนการเสริมทัพของ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา แบบจริงจัง พร้อมบอกว่าก่อนหน้านี้มันก็เคยเกิดเรื่องแบบนี้เหมือนกัน

เป็นที่เชื่อกันว่า โซลชา กาหัว เจดอน ซานโช่ เป็นเป้าหมายการเสริมทัพเบอร์ 1 ในตลาดรอบล่าสุด แต่จนแล้วจนรอด แมนฯ ยูไนเต็ด ก็ไม่สามารถดึงเขามาเสริมแกร่งได้ ก่อนที่สุดท้ายทีมของกุนซือชาวนอร์เวย์จะปิดตลาดด้วยการได้ ดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค, อเล็กซ์ เตลลิส, เอดินสัน คาวานี่ และ ฟากุนโด้ เปยิสตรี มาร่วมทัพในช่วงซัมเมอร์นี้

สโคลส์ เผยว่า "ผมไม่คิดว่าเขาเป็นคนแรกที่ไม่ได้รับการสนับสนุน (จากบอร์ดบริหาร) หรอกนะ จริงอยู่ว่ามันมีการใช้เงินไปเยอะ แต่เงินที่ว่ามันถูกใช้ไปกับเป้าหมายแรกที่กุนซือคนนั้นๆ ต้องการจริงๆ รึเปล่า ? ผมไม่มั่นใจว่ามันเป็นอย่างนั้น ผมคิดว่า (หลุยส์) ฟาน กัล กับ (โชเซ่) มูรินโญ่ ต่างก็เคยบ่นถึงเรื่องนี้มาแล้ว และมันก็เป็นเรื่องสมเหตุสมผลที่พวกเขาจะออกมาบ่นแบบนั้นเมื่อพวกเขาไม่ได้นักเตะตามที่พวกเขาต้องการ"

อดีตยอดดาวเตะชาวอังกฤษแสดงความเชื่อด้วยว่าที่บอร์ดบริหาร แมนฯ ยูไนเต็ด ไม่ทุ่มให้กับการเสริมทัพอย่างเต็มที่อาจจะเป็นเพราะท้ายซีซั่นก่อนทีมทำผลงานได้ดี ซึ่งที่จริงนั่นถือเป็นความคิดที่ผิด "เวลาเข้าสู่ช่วงท้ายฤดูกาลน่ะคุณจะชนะได้ง่ายกว่าเดิมเยอะอยู่แล้ว มันง่ายกว่าเดิมเยอะที่จะทำผลงานให้ดีอย่างต่อเนื่องได้เมื่อไม่ต้องเจอกับแรงกดันอย่างหนักอีกต่อไป"

 "จริงอยู่ว่าคุณสามารถบอกได้ว่ามันมีความกดดันของการต้องติดท็อปโฟร์ให้ได้ แต่นั่นไม่ใช่ความกดดันแบบที่ ยูไนเต็ด ต้องการ ทีมแบบ ยูไนเต็ด ต้องการได้แชมป์ลีก ตอนจบฤดูกาลที่แล้วน่ะคุณจะรู้สึกได้เลยว่าเขาน่าจะได้รับการสนับสนุนในตลาดการเสริมทัพมากกว่าเดิมเพื่อที่จะได้เดินหน้ากันอย่างเต็มที่ได้อีกครั้ง แต่แล้วเขาก็ไม่ได้รับการสนับสนุนแบบที่ว่า มันค่อนข้างชัดเจนเลยว่าเขาไม่ได้นักเตะที่ตัวเองต้องการมาร่วมทัพเลย"

ราชันทำได้! มาดริดไร้ปัญหาบุกเชือดเลบันเต้ขยับยึดจ่าฝูง

"ราชันชุดขาว" ของ ซีเนดีน ซีดาน ทำผลงานได้ตามเป้าหลังบุกเชือด เลบันเต้ 2-0 จาก วินิซิอุส จูเนียร์ และ คาริม เบนเซม่า ซัดคนละหนึ่งตุงพาทีมเก็บ 3 แต้มมีเพิ่มเป็น 10 คะแนนจาการลงสนาม 4 นัดขยับยึดจ่าฝูง เรียบร้อย ในศึกฟุตบอล ลา ลีกา สเปน คืนวันอาทิตย์ที่ผ่านมา

สนาม : เอสตาดิโอ เด ลา การามิก้า

     ปาโก้ โลเปซ นายใหญ่เลบันเต้ เกมนี้กลับมาใช้ผู้เล่นชุดใหญ่อีกครั้ง โดยเกมรุกจะกลับมาเป็น โรเคร์ มาร์ตี้ ยืนล่าตาข่ายกับ โฆเซ่ หลุยส์ โมราเลส

     ฝั่งทีมเยือน เรอัล มาดริด ของ ซีเนดีน ซีดาน มีปัญหาผู้เล่นบาดเจ็บเพิ่มเติมอีกแล้วเมื่อ เอแด็น อาซาร์ และ ดานี่ การ์บาฆาล ต่างเจ็บทั้งหมด ขณะที่กองหน้าตัวเป้าไร้ปัญหา คาริม เบนเซม่า ยังพร้อมลงสนาม

    ครึ่งแรกนาทีที่ 16 เป็นเจ้าถิ่นที่บุกมาขึ้นนำได้ก่อนจากลูกยิงของ วินิซิอุส จูเนียร์ จับบอลด้วยเท้าซ้ายก่อนแนโค้งหนีมือ ไอตอร์ เฟร์นานเดซ นายประตูเลบันเต้ เข้าไปอย่างสวยงาม

    นาที 30 เจ้าถิ่นน่าได้ประตูตีเสมอสุดเมื่อ โฆเซ่ กัมปานญ่า เปิดลูกเตะมุมมาให้ นิโคล่า วุคเซวิช ขึ้นโหม่งแต่บอลไปชนคานเข้าอย่างจัง

    ในจังหวะต่อมาเป็นเรอัล มาดริด โต้กลับเร็ว มาร์โก อาเซนซิโอ แทงบอลต่อมาให้กับ คาริม เบนเซม่า กระชากบอลเข้าไปในกรอบเขตโทษทว่าจังหวะที่ยิงดันไปบล็อกกองหลังเลบันเต้

    ช่วงทดเจ็บครึ่งแรก ฆอร์เค่ มิรามอน ได้โอกาสลองสับไกจากนอกกรอบเขตโทษ บอลเหินข้ามคานออกไปไมได้ลุ้น

    จบครึ่งแรก เรอัล มาดริดบุกมานำเลบันเต้อยู่ 1-0 จากประตูของ วินิซิอุส จูเนียร์ ในนาทีที่ 16

    เกมในครึ่งเวลาหลังก็ยังคงเป็นทีมเยือนที่โหมบุกอย่างต่อเนื่องและเกือบมาได้ประตูที่สองจาก คาริม เบนเซม่า แต่ทว่าบอลเจ้ากรรมดันไปชนเสาเด้งออกหลังไปซะอย่างงั้น

    เรอัล มาดริดยังคงขึงเกมบุกอย่างต่อเนื่องและในนาที 52 วินิซิอุส จูเนียร์ รับบอลมาจากเบนเซม่า ก่อนซัดด้วยขวาเต็มข้อบอลเฉียดเสาออกไปอย่างน่าเสียดาย

    ผ่านมาครึ่งชั่วโมงของเกมคราวนี้เป็นเลบันเต้มาได้ลุ้นบ้างจาก โฆเซ่ หลุยส์ โมราเลส ได้โอกาสยิงจังๆ หน้าประตู แต่ดันยิงหลุดออกไปเอง

    ขยับมาถึงนาที 77 กลายเป็นเจ้าถิ่นโหมบุกบ้านและเกือบมาได้ประตูตีเสมอจากตัวสำรองอย่าง การ์ลอส เคิร์ค แต่เป็น ติโบต์ กูร์กตัวส์ ปฏิเสธลูกยิงนี้ได้

    ช่วงทดเวลาบาดเจ็บนาทีสุดท้าย ราชันชุดขาวมาได้ประตูปิดกล่องจะลูกโต้กลับเร็ว โรดรีโก้ตัดบอลจากผู้เล่นเจ้าถิ่นได้ก่อนไหลยาวให้ คาริม เบนเซม่า หลุดเดี่ยวเข้าไปซัดจ่อๆ ไม่เหลือ

    จบเกม เป็นเรอัล มาดริด บุกมาเอาชนะเลบันเต้ไปได้ 2-0 มีเพิ่มมาเป็น 10 คะแนน ขยับขึ้นมานำเป็นจ่าฝูงลา ลีกา อีกครั้ง

รายชื่อนักเตะทั้งสองทีม

    เลบันเต้ : ไอตอร์ เฟร์นานเดซ – ฆอร์เค่ มิรามอน, รูเบน เวโซ่, เซร์คิโอ ปอสตีโก้, การ์ลอส เกร็ก – โฆเซ่ กัมปานญ่า, นิโคล่า วุคเซวิช, มิกคาเอล มัลซ่า, เอนีส บาร์ดี้ – โรเคร์ มาร์ตี้, โฆเซ่ หลุยส์ โมราเลส

    เรอัล มาดริด : ติโบต์ กูร์กตัวส์ – นาโช่ เฟร์นานเดซ, เซร์คิโอ รามอส, ราฟาแอล วาราน, แฟร์กล็องด์ เมนดี้ – ลูก้า โมดริช, เอ็นรีเก้ คาเซมีโร่, เฟเดริโก้ วัลเวร์เด้ – มาร์โก อาเซนซิโอ, คาริม เบนเซม่า, วินิซิอุส จูเนียร์

แฉโด้,รามอสไม่คุยกันตั้งแต่โมดริชได้บอลทองคำ

สื่อดังแดนกระทิงดุ รายงาน คริสเตียโน่ โรนัลโด้ กับ เซร์คิโอ รามอส ไม่ได้พูดคุยกันเลยมานานนับตั้งแต่ที่ ลูก้า โมดริช ได้บอลทองคำเมื่อปี 2018 โดยเหตุผลสำคัญเพราะ กัปตันเรอัล มาดริด ไม่พอใจปฏิกิริยาของ "เฮียโด้" ตอนที่ สตาร์ชาวโครแอต ได้บัลลง ดอร์ ไปครอบครอง
               คริสเตียโน่ โรนัลโด้ กองหน้าซูเปอร์สตาร์ กับ เซร์คิโอ รามอส ปราการหลังจอมแกร่ง ซึ่งคว้าแชมป์ร่วมกับ 15 รายการในช่วงที่เล่นให้กับ "ราชันชุดขาว" เรอัล มาดริด ไม่ได้พูดคุยกันมานาน  2 ปีนับตั้งแต่ที่ ลูก้า โมดริช คว้ารางวัลบัลลง ดอร์ จากการเปิดเผยของ มาร์ก้า สื่อดังในประเทศสเปน
              อดีตเพื่อนร่วมสังกัด "โลส บลังโกส" มีโอกาสจะได้พบกันอีกครั้งในแมตช์ที่ โปรตุเกส ปะทะ กับ สเปน ในเกมอุ่นเครื่องวันพุธที่ 7 ตุลาคมนี้ (ตามเวลาท้องถิ่น) โดยพวกเขาไม่ได้ติดต่อกันมานานนับตั้งแต่ที่ โมดริช คว้ารางวัลบอลทองคำเมื่อปี 2018

              "มาร์ก้า" รายงานว่า รามอส และเพื่อนร่วมทัพ "ราชันชุดขาว" ไม่สนใจ กัปตันทีมชาติโปรตุเกสซึ่งปัจจุบันเล่นให้กับ "ม้าลาย" ยูเวนตุส อีกเลยหลังจากที่ "ซีอาร์ 7" แสดงปฏิกิริยาเย็นชาจากการที่ตนเองต้องพลาดได้รางวัลทรงเกียรติซึ่งตกเป็นของ เพลย์เมกเกอร์ทีมชาติโครเอเชีย

              ย้อนกลับไปเมื่อ 2 ปีก่อน โรนัลโด้ เคยให้สัมภาษณ์ถึงความรู้สึกที่แสนเจ็บปวดที่พลาดได้บัลลง ดอร์ ในปีนั้นว่า "แน่นอน ผมผิดหวัง…เวลาอยู่ในสนามผมทำทุกอย่างเพื่อคว้าบัลลง ดอร์ แต่ผมไม่ค่อยแฮปปี้ถ้าผมไม่ได้รางวัล ผมมีเพื่อนและครอบครัวที่แสนดี ผมเล่นให้กับหนึ่งในสโมสรที่ยิ่งใหญ่ (เรอัล มาดริด)"

              "ขอแสดงความยินดีกับ โมดริช ซึ่งได้รับรางวัลนี้ แต่ในปีหน้าเราจะต้องเจอกันอีกครั้ง และผมจะทุ่มเททุกสิ่งทุกอย่างที่ผมมีเพื่อที่จะคว้ารางวัลนี้อีกครั้ง คุณคิดว่าผมจะกลับบ้านแล้วร้องไห้ไหมละ ?" อดีตดาวเตะ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ระบุ

เริ่ดคะ!มาเน่มีชื่อลุ้นแข้งยอดเยี่ยมลีกกันยายน

ซาดิโอ มาเน่ ดาวเตะคนเก่งลิเวอร์พูล มีชื่อลุ้นรางวัลนักเตะยอดเยี่ยมพรีเมียร์ลีก ประจำเดือนกันยายน หลังระเบิดฟอร์มสุดยอดในเกมลีก 3 แมตช์ที่ผ่านมา

ซาดิโอ มาเน่ กองหน้าความเร็วสูงทีมชาติเซเนกัลของ "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล สโมสรขวัญใจมหาชนแห่งศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ มีลุ้นรางวัลนักเตะยอดเยี่ยมประจำเดือนกันยายน หลังจากนักเตะโชว์ฟอร์มได้อย่างโดดเด่นนับตั้งแต่ที่เปิดฤดูกาล 2020/2021

ดาวเตะเจ้าของเสื้อหมายเลข 10 ได้รับความไว้วางใจจาก เจอร์เก้น คล็อปป์ ลงสนามเป็นตัวจริงทั้ง 3 แมตช์ในเกมลีกช่วงเดือนที่ผ่านมา และระเบิดฟอร์มสุดยอดช่วยให้แชมป์เก่า สามารถเก็บชัยชนะเรียบวุธ โดยตอนนี้ "เดอะ เร้ดส์" มี 9 คะแนนเต็มเท่ากับ เลสเตอร์ ซิตี้ และ เอฟเวอร์ตัน

ผลงานของ มาเน่ โดดเด่นมากๆ โดยเฉพาะในแมตช์ที่ชนะ "สิงโตน้ำเงินคราม" เชลซี 2-0 ซึ่ง ดาวเตะเซเนกัล ซัดไปสองประตู ก่อนที่จะโชว์ฟอร์มได้อย่างสุดยอดอีกครั้งเมื่อช่วยทีมซัด 1 ประตูในเกมไล่ถลุง "ไอ้ปืนใหญ่" อาร์เซน่อล 3-1 ที่สนามแอนฟิลด์

นอกจาก มาเน่ แล้วคนที่ได้รับการเสนอชื่อลุ้นรางวัลนี้ยังมี แพทริค แบมฟอร์ด  (ลีดส์ ยูไนเต็ด), โดมินิค คัลเวิร์ต-เลวิน และ ฮาเมส โรดริเกซ (เอฟเวอร์ตัน), ติโมธี คาสตานเญ่ และ เจมี่ วาร์ดี้ (เลสเตอร์ ซิตี้), แฮร์รี่ เคน (ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์) และ ทาริก แลมป์ตีย์  (ไบรท์ตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบี้ยน)

คอนเฟิร์ม!แมนยูประกาศคว้า “คาวานี่” เรียบร้อย

สิ้นสุดการรอคอยสำหรับสาวก "ปีศาจแดง" เพราะล่าสุด แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ประกาศคว้า เอดินสัน คาวานี่ อดีตยอดดาวยิง ปารีส แซงต์-แชร์กแมง มาร่วมก๊วนเรียบร้อย
   
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ประกาศคว้าตัว เอดินสัน คาวานี่ กองหน้าดาวดังทีมชาติอุรุกวัย มาร่วมทัพอย่างเป็นทางการเรียบร้อย เมื่อวันจันทร์ที่ 5 ตุลาคม ที่ผ่านมา โดยเซ็นสัญญาร่วมงานกันเป็นเวลา 1 ปี และมีออปชั่นเซ็นเพิ่มอีกปี 

คาวานี่ ย้ายมาร่วมทัพ "ปีศาจแดง" แบบไร้ค่าตัว หลังจากที่เพิ่งหมดสัญญากับ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ยอดสโมสรลูกหนังเมืองน้ำหอม ช่วงสิ้นเดือนมิถุนายน โดยปัจจุบัน หัวหอกวัย 33 ปี เป็นเจ้าของสถิติทำประตูมากสุดตลอดกาลของ เปแอสเช ที่จำนวน 200 ลูก (จากการลงเล่น 301 นัด)

ทั้งนี้ คาดว่า คาวานี่ น่าจะได้รับค่าเหนื่อยสัปดาห์ละราว 200,000 ปอนด์ (ประมาณ 8.2 ล้านบาท)

 

 

ส่งท้ายแคมป์บางสะพาน!พีที ประจวบอุ่นเฉือนระนอง2-1

หลังจากที่ทัพ"ต่อพิฆาต" พีที ประจวบ เอฟซีได้มุ่งหน้าลงใต้ไปเก็บตัวกันที่โรงแรมคอรัล อ.บางสะพาน ในวันนี้เป็นวันสุดท้ายนั้น

ทางทีม พีที ประจวบ เอฟซี ได้วางโปรแกรมอุ่นเครื่องกับทีมแกรนด์อันดามัน ระนอง ยูไนเต็ดในช่วงเย็นวันที่ 9 ต.ค.ที่ผ่านมา ที่สนามกีฬา อ.บางสะพานน้อย ผลปรากฏว่าเป็นทางด้านของพลพรรคต่อพิฆาตที่สามารถเอาชนะไปได้ด้วยสกอร์ 2 -1 จากการทำประตูของวีระวุฒิ กาเหย็ม และวีรภัทร นิลบูรพา ส่งท้ายการเก็บตัวที่ อ.บางสะพาน – อ.บางสะพานน้อย

โดยหลังจากนี้ พีที ประจวบ เอฟซี จะกลับไปฝึกซ้อมกันต่อที่สามอ่าว สเตเดียม เพื่อรอเปิดบ้านทำศึกกับโปลิศ เทโร ในวันเสาร์ที่ 17 ตุลาคมนี้ เวลา 18.00 น.