กุนซือเด็กเลสเตอร์ยินดีธนวัฒน์หลังทำประตูได้

หลังจาก ธนวัฒน์ ซึ้งจิตถาวร แข้งดาวรุ่งของไทยทำประตูในเกมที่ทีมเด็กของ เลสเตอร์ แพ้ ฮาร์โรเกท ได้แล้วนั้น สตีฟ บีเกิ้ลโฮ กุนซือทีมเยาวชนของ "สุนัขจิ้งจอก" ก็กล่าวชม ธนวัฒน์ ว่าเป็นแข้งที่ดี พร้อมทั้งร่วมยินดีที่ทำประตูได้ แถมเชื่อด้วยว่านักเตะทุกคนจะได้ประสบการณ์ที่ดีต่อให้แพ้ก็ตาม
    สตีฟ บีเกิ้ลโฮ ผู้จัดการทีมระดับเยาวชนของ เลสเตอร์ ซิตี้ กล่าวชมและแสดงความยินดีกับ ธนวัฒน์ ซึ้งจิตถาวร ดาวรุ่งชาวไทยที่ทำประตูได้ในเกม อีเอฟแอล โทรฟี่ รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่ม เอช นัดที่ทีมเด็กของ "สุนัขจิ้งจอก" ออกไปแพ้ ฮาร์โรเกท ทาวน์ 1-3 เมื่อวันอังคารที่ 6 ตุลาคม ที่ผ่านมา

    แม้ว่าตามการลงทะเบียนแล้ว เลสเตอร์ จะลงทะเบียนเอาไว้ว่าทีมชุดที่ลงเล่นรายการดังกล่าวเป็นทีมรุ่นอายุไม่เกิน 21 ปี แต่ขุมกำลังส่วนใหญ่ก็มาจากชุดรุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี ซึ่ง ธนวัฒน์ ก็อยู่ในขุมกำลังชุดที่ว่าด้วย และเกมเมื่อวันอังคารที่ผ่านมาก็เป็นเกมแรกที่เขาทำประตูให้กับทีมได้

    บีเกิ้ลโฮ เผยว่า "ผมพอใจกับฟอร์มในครึ่งหลังมากกว่าช่วงครึ่งแรก ธนวัฒน์  ซึ่งเป็นคนที่เราดึงมาร่วมทีมด้วยน่ะสามารถทำประตูได้ ผมดีใจแทนเขามากๆ เขาเป็นเด็กหนุ่มที่ยอดเยี่ยม"

    "ผมคิดว่าในครึ่งหลังเราเล่นเกมบุกกันได้ดีขึ้น และผมก็ผิดหวังที่เราเสียประตู ที่จริงผมคิดยว่าเราน่าจะได้แต้มจากเกมนี้ แต่เราก็ทำไม่สำเร็จ เราเปิดช่องให้พวกเขาเล่นมากเกินไปในจังหวะสวนกลับเร็ว เราต้องเล่นกันให้แข็งแกร่งกว่านี้เวลาที่เล่นเกมรุก"

    "อย่างไรก็ตาม นี่ก็ถือเป็นทีมใหม่ และเราก็คอยส่งดาวรุ่งลงเล่น 1 หรือ 2 คนอยู่เสมอ ซึ่งนั่นถือเป็นเรื่องที่ดี ประสบการณ์ที่พวกเขาได้รับจะทำให้พวกเขาได้ประโยชน์ในการก้าวไปข้างหน้า ผมผิดหวังที่เราแพ้ เพราะผมอยากชนะเป็นธรรมดา แต่ในครึ่งหลังมันก็มีเรื่องดีๆ หลายเรื่องเหมือนกัน"

ห่วยทุกตำแหน่ง! ตัดเกรดแข้งแมนยูเกมสปอร์สยำใหญ่คาบ้าน

ถือเป็นอีกหนึ่งหน้าประวัติศาสตร์อันเลวร้ายของสโมสร แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด หลังพ่ายแพ้คาบ้านต่อ สเปอร์ส ถึง 6-1 เกมนี้แข้ง "ผีแดง" ครบสูตรคำว่า "ย่ำแย่" โดยเฉพาะเรื่องเกมรับที่ปล่อยให้คู่แข่งถลุงตาข่ายง่ายอีกแล้ว นอกจากนี้แนวรุกยังมาโดนใบแดงตอกย้ำอีกด้วย และนี่คือผลสอบของนักเตะแมนฯ ยูไนเต็ด ในเกมนี้

ดาบิด เด เคอา 4

ไม่ได้แย่เหมือนแผงหลังที่อยู่หน้าเขาแต่ก็ต้องมีส่วนรับผิดชอบกับการเสีย 6 ประตูจากการยิงตรงกรอบ 8 ครั้งในเกมนี้ โดยเฉพาะลูกที่โดน ซน ฮึง-มิน ยิงลอดขา

อารอน วาน-บิสซาก้า 4

อาจจะเป็นคนที่ผิดพลาดน้อยที่สุดในแผงหลัง มีการทำถึง 4 แท็กเกิ้ล แต่ก็เจองานหนักในการประกบ ซน ที่มีความเร็วในลูกสวนกลับ ไม่ได้ทำประโยชน์มากนักเมื่อมีบอลอยู่กับตัว

เอริก ไบยี่ 2

มีโอกาสได้ลงเล่นตัวจริงแทนที่ ลินเดอเลิฟ แล้วแต่คว้าโอกาสไม่ได้ ลูกที่ 2 เขามัวแต่เหม่อจนตาม ซน ฮึง-มิน ไม่ทัน ขณะที่ลูกที่สามรับไปเต็มเนื่องจากจ่ายพลาดหน้าปากประตู

แฮร์รี่ แม็กไกวร์ 3

ความผิดพลาดของเขาทำให้ทีมเสียประตูตีเสมอเร็วจนโมเมนตัมเปลี่ยน ยังเป็นคนที่เข้าบอลโฉ่งฉ่างจนเสียฟรีคิกและเสียประตูที่สองด้วย

ลุค ชอว์ 2

กลายเป็นบ่อน้ำมันรูเบ้อเร่อของเกมนี้ ทั้งการยืนตำแหน่งที่ผิดพลาดไปหมดจน สเปอร์ส ขึ้นเกมรุกแบบขวาผ่านตลอด รวมถึงมีส่วนกับการเสียประตูทั้งหลายลูก

ปอล ป็อกบา 4

ไม่ได้สร้างอิมแพ็คกับเกมรุกเลยแถมยังทำเสียบอลถึง 13 ครั้งเลยทีเดียว เข้าแท็กเกิ้ลพลาดจนทำเสียจุดโทษแบบง่ายๆ

เนมานย่า มาติช 3

แทบจะตามเกมรุกของสเปอร์สไม่ทัน ไม่ได้ทำแท็กเกิ้ลหรือตัดบอลแม้แต่ครั้งเดียวในครึ่งแรก

เมสัน กรีนวู้ด 4

ทำสุดความสามารถของเขา แต่ช่วยเกมรุกได้น้อย โอกาสง้างเท้านับครั้งได้

บรูโน่ แฟร์นันด์ส 5.5

    อุตส่าห์ยิงจุดโทษให้ทีมขึ้นนำเร็วแท้ๆ แต่พอทีมเสียประตูตีเสมอและเสียโมเมนตัมบทบาทก็น้อยลงไปเรื่อยๆ จนกระทั่งโดนเปลี่ยนตัวออกในช่วงพักครึ่ง

มาร์คัส แรชฟอร์ด 4

มีโอกาสหลุดไปยิงชนเสาแต่เป็นจังหวะล้ำหน้าและก็แทบไม่มีบทบาทกับเกมเนื่องจากบอลไปไม่ถึงเขามากนักโดยเฉพาะครึ่งหลังที่โดนจับโยกไปเล่นกองหน้า

อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล 3

เรียกจุดโทษให้กับทีมได้สำเร็จแต่เรื่องดีของเขาทั้งเกมมีแค่นั้น อาจจะไม่แฟร์นักที่โดนใบแดงอยู่คนเดียว แต่ต้องยอมรับว่าเป็นบทเรียนสำคัญของเจ้าตัวไม่ให้ใช้อารมณ์มากเกินไป

ผู้เล่นสำรองที่ลงสนาม

เฟร็ด 4 (ลงมาแทน บรูโน่ แฟร์นันด์ส น.46)

ถูกส่งมาเพื่อให้แดนกลางเข้าที่มากขึ้นแต่สุดท้ายไม่ได้ดีขึ้นเท่าไหร่นัก แถมจ่ายขึ้นหน้าพลาดหลายครั้ง

สกอตต์ แม็คโทมิเนย์ 4 (ลงมาแทน เนมานย่า มาติช น.46)

ไม่ต่างจาก เฟร็ด เนื่องจากไม่ได้ช่วยแดนกลางให้ดีขึ้น

ดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค 5 (ลงมาแทน เมสัน กรีนวู้ด น.68)

ลงมาเล่นทางฝั่งขวาแต่ได้บอลค่อนข้างน้อย

 

ชิลเวลล์ประเดิมยิง1จ่าย1! เชลซีถล่มพาเลซยับแซงขึ้นท็อปโฟร์-จอร์จินโญ่เบิ้ลโทษ

เบน ชิลเวลล์ แบ๊กซ้ายป้ายแดงประเดิมเกมลีกนัดแรกด้วยฟอร์มสุดฮอตทำ 1 ประตูกับ 1 แอสซิสต์ ส่วน จอร์จินโญ่ ซัด 2 จุดโทษ ช่วยให้ เชลซี เปิดรังถล่ม คริสตัล พาเลซ 4-0 ขยับขึ้นไปรั้งที่ 4 ชั่วคราว ส่วน "ปราสาทเรือนแก้ว" แพ้ 2 นัดรวดหล่นมารั้งที่ 8 ของตาราง ในศึกพรีเมียร์ลีก เมื่อวันที่ 3 ต.ค.ที่ผ่านมา

ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ คู่แรกประจำวันเสาร์ที่ 3 กันยายน 2563 ที่สนาม สแตมฟอร์ด บริดจ์ เป้นการพบกันระหว่าง เชลซี พบ คริสตัล พาเลซ

    เชลซี ของกุนซือ แฟร้งค์ แลมพาร์ด เกมนี้ส่ง เอดูอาร์ เมนดี้ ผู้รักษาประตูรายใหม่ลงประเดิมเฝ้าเสาเป็นตัวจริงนัดแรกในเกมลีก เช่นเดียวกับ เบน ชิลเวลล์ แบ๊กซ้ายรายใหม่ได้ลงเป็นตัวจริงเช่นกัน ขณะที่แนวรุกดร็อป เมสัน เมาท์น เป็นเพียงสำรองแล้วส่ง ไค ฮาแวร์ทซ์ คอนทำเกมรุกสนับสนุนคู่หน้าอย่าง ติโม แวร์เนอร์ และ แทมมี่ อบราฮัม

   ส่วน คริสตัล พาเลซ ของกุนซือ รอย ฮ็อดจ์สัน จัพทัพเต็มสูบนำโดย แอนดรอส ทาวน์เซนด์ คอยทำเกมสนับสนุนคู่หน้าอย่าง จอร์แดน อายิว และ วิลฟรีด ซาฮา

    ครึ่งแรกเกมดำเนินมาถึง นาที 14 เชลซี มีโอกาสลุ้นประตูก่อนจากจังหวะที่ เอ็นโกโล่ ก็องเต้ รับบอลจาก ไค ฮาแวร์ทซ์ แล้วปั่นด้วยขวาหน้าเขตโทษแต่บอลเหินข้ามคานไปไกล

    จากนั้นยังเป็นโอกาสของเจ้าถิ่น ใน นาที 19 จากจังหวะสวนกลับ ไค ฮาแวร์ทซ์ จ่ายบอลมาทางซ้ายให้ ติโม แวร์เนอร์ หลุดเข้าเขตโทษแล้วเอี้ยวตัวยิงด้วยขวา แต่บอลยังไปตรงตัวของ บิเซนเต้ ไกวต้า รับเข้าซองสบาย

    พาเลซ ยังเน้นเล่นเกมรับตามสไตล์และหวังใช้จังหวะสวนกลับเล่นงาน เชลซี จน นาที 42 แอนดรอส ทาวน์เซนด์ เปิดโค้งด้วยซ้ายจากริมเส้นฝัางขวาบอลไปเข้าหัวของ มามาดู ซาโก้ ที่เติมขึ้นมาขึ้นโขกแต่บอลไม่ตรงกรอบ

    ช่วงที่เหลือแม้ เชลซี จะเป็นขึงเกมบุกใส่มากกว่าแต่จังหวะสุดท้ายยังไม่เฉียบคมพอ ทำให้จบครึ่งแรกยังเสมอกันอยู่ 0-0

    ครึ่งหลังเล่นมาได้เพียง 5 นาที เชลซี ได้ประตูขึ้นนำ 1-0 จากจังหวะชุลมุนหน้าปากประตู ชีกู กูยาเต้ โหม่งสกัดไม่ขาดบอลมาเข้าทางปืนของ เบล ชิลเวลล์ เติมขึ้นมาหวดเต็มข้อด้วยซ้ายส่งบอลตุงตาข่าย

    พาเลซ มีโอกาสเปิดเกมบุกใส่บ้าง นาที 63 จอร์แดน อายิว หลุดมาซัดด้วยขวาในเขตโทษคราวนี้ไปติดเซฟของ เอดูอาร์ เมนดี้ พุ่งปัดไว้ได้

    อย่างไรก็ตามการบุกของ เชลซี ได้น้ำได้เนื้อมากกว่า และมาได้ประตูนำห่าง 2-0 จากจังหวะต่อเนื่องจากลูกเตะมุม เบน ชิลเวลล์ เปิดบอลจากซ้ายให้ เคิร์ท ซูม่า ขึ้นโขกเน้นๆไม่เหลือ

    หลังจากนั้น นาที 75 "สิงห์บลูส์" เกือบได้ประตูที่สาม คัลลั่ม ฮัดสัน โอดอย เปิดจากริมเส้นฝั่งขวาให้ แทมมี่ อบราฮัม โขกเน้นๆบอลหลุดเสาออกไปนิดเดียว

    อย่างไรก็ตาม นาที 76 ไทริค มิตเชลล์ ไปสกัด แทมมี่ อบราฮัม ล้มลงในเขตโทษผู้ตัดสินชี้เป็นจุดโทษทันที ก่อนจะเป็น จอร์จินโญ่ รับหน้าที่สังหารเข้าไปไม่พลาดให้ เชลซี นำห่างเป็น 3-0

    เท่านั้นไม่พอ นาที 82 มามาดู ซาโก้ ไปทำฟาวล์ใส่ ไค ฮาแวร์ทซ์ ในเขตโทษผู้ตัดสินเป่าเป็นจุดโทษอีกครั้ง แล้วเป็น จอร์จินโญ่ คนเดิม สังหารเข้าไปไม่เหลือให้สกอร์ไหลเป็น 4-0 พร้อมเป็นประตูที่สองของมิดฟิลด์ทีมาชติอิตาลีในเกมนี้

    เวลาที่เหลือไม่มีประตูเพิ่ม จบเกม เชลซี ถล่ม คริสตัล พาเลซ 4-0 ขยับขึ้นไปรั้งที่ 4 ของตารางชั่วคราว
   
   
รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม

เชลซี (4-2-3-1) : เอดูอาร์ เมนดี้ – เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า, เคิร์ท ซูม่า, ติอาโก้ ซิลวา, เบน ชิลเวลล์ – เอ็นโกโล่ ก็องเต้ (มัตเตโอ โควาซิช น.83), จอร์จินโญ่ – คัลลั่ม ฮัดสัน โอดอย (คริสเตียน พูลิซิช น.83), ไค ฮาแวร์ทซ์, ติโม แวร์เนอร์ – แทมมี่ อบราฮัม

คริสตัล พาเลซ (4-4-2) : บิเซนเต้ ไกวต้า – โจเอล วอร์ด, ชีกู กูยาเต้, มามาดู ซาโก้, ไทริค มิตเชลล์ – แอนดรอส ทาวน์เซนด์, เจมส์ แม็คคาร์ธี่ (ลูก้า มิลิโวเยวิช น.67), เจมส์ แม็คอาร์เธอร์, เอเซ่ – จอร์แดน อายิว, วิลฟรีด ซาฮา

 

“ช้างศึก” เข้าแคมป์ฝึกซ้อม เตรียมลับแข้ง นครปฐม ยูไนเต็ด

ฟุตบอลทีมชาติไทย ชุดใหญ่ เดินทางมารายงานตัวที่โรงแรมซัมมิท วิลด์มิลล์ ในวันที่ 7 ตุลาคม 2563

โดยทัพ “ช้างศึก” จะลงฝึกซ้อมที่สนาม วิลด์มิลล์ ฟุตบอลคลับ ทันทีในช่วงเย็นเวลา 17.00 น. ก่อนจะลงอุ่นเครื่องกับสโมสร นครปฐม ยูไนเต็ด ในวันที่ 10 ตุลาคมนี้ เวลา 17.00 น. ที่สนามโรงเรียนกีฬาเทศบาลนครนครปฐม ถ่ายทอดสดทางFacebook และ Youtube ไทยรัฐทีวี

ทั้งนี้การแข่งขันจะเปิดให้แฟนบอลเข้าชม ตามข้อกำหนดของ บริษัท ไทยลีก จำกัด (25 เปอร์เซ็นต์ของความจุ

มีแชมป์ติดมือ!มูรินโญ่ลั่นไม่ได้ล้มเหลวตอนคุมแมนยู

โชเซ่ มูรินโญ่ กุนซือ สเปอร์ส ระบุ ไม่ได้ล้มเหลวกับ แมนฯ ยูไนเต็ด แม้แต่นิดเดียว พร้อมบอกว่าตนมีความสัมพันธ์ที่ดีกับหลายคนของ "ปีศาจแดง"

โชเซ่ มูรินโญ่ ผู้จัดการทีม ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ กล่าวว่าตนไม่ได้ล้มเหลวเลยในตอนที่คุม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ก่อนหน้าที่เขาจะต้องเจอกับทีมเก่าในเกม พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ที่สนาม โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด วันอาทิตย์ที่ 4 ตุลาคมนี้

มูรินโญ่ ได้ทั้งแชมป์ คอมมิวนิตี้ ชิลด์, อีเอฟแอล คัพ (คาราบาว คัพ ในปัจจุบัน) และแชมป์ ยูฟ่า ยูโรปา ลีก ร่วมกับ แมนฯ ยูไนเต็ด ตั้งแต่ซีซั่นแรกที่เข้าไปคุมทีม หรือก็คือในฤดูกาล 2016-17 ขณะที่ซีซั่นต่อมาเขาพาทีมจบเป็นอันดับ 2 ในลีกพร้อมกับเป็นรองแชมป์ เอฟเอ คัพ ก่อนที่จะโดนปลดออกจากตำแหน่งหลังจากฤดูกาล 2018-19 เตะไปได้พักหนึ่ง ซึ่งมันก็ทำให้บางคนมองว่าเขาล้มเหลวกับ "ปีศาจแดง" อย่างสิ้นเชิง

กุนซือชาวโปรตุกีสเผยว่า "ผมคาดเอาไว้อยู่แล้วว่าจะทำผลงานได้แบบนั้น ผมไม่เคยมีปัญหากับสโมสรเลย บรรดาแฟนบอลรู้ดีว่าผมทุ่มเทให้ทีมมากที่สุดเท่าที่จะทำได้แล้ว ผมได้แชมป์กับทีมในระดับที่ดีที่สุดเท่าที่พอจะทำได้ แชมป์ที่ผมไม่ได้ร่วมกับทีมเป็นแชมป์รายการที่ผมไม่มีทางคว้ามาครองได้อยู่แล้ว ผมทุ่มเทสุดชีวิตให้กับสโมสร และทำงานแบบมืออาชีพอย่างเต็มที่เหมือนที่ผมทำอยู่เสมอ"

"ภายในสโมสรผมมีเพื่อนหลายคน พวกเขาคือคนที่ผมจะเป็นเพื่อนไปด้วยตลอดชีวิต คนที่ผมได้พบเจอในสโมสรต่างก็เป็นคนที่วิเศษ ผมมีแต่ความรู้สึกดีๆ ให้กับพวกเขา แต่ผมก็ต้องลืมความรู้สึกนั้นไปก่อนเป็นเวลา 90 นาที เพราะใน 90 นาทีที่ว่านั้นพวกเขาอยากชนะ และผมก็อยากชนะเหมือนกัน ฟุตบอลมันก็เป็นแบบนั้นแหละ"

สาวกปืนเฮ!อาร์เซน่อลคอนเฟิร์มคว้า “ปาร์เตย์” จากแอตมาดริด

สิ้นสุดการรอคอยสำหรับสาวก "เดอะ กันเนอร์ส" เพราะล่าสุด อาร์เซน่อล ปิดดีลกระชากตัว โธมัส ปาร์เตย์ มิดฟิลด์จอมแกร่ง มาจาก แอตเลติโก มาดริด เรียบร้อย ด้วยค่าตัวเฉียด 2,000 ล้านบาท

อาร์เซน่อล สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ประกาศคว้าตัว โธมัส ปาร์เตย์ กองกลางทีมชาติกานา มาจาก แอตเลติโก มาดริด สโมสรดังในศึก ลา ลีกา สเปน อย่างเป็นทางการ เมื่อวันจันทร์ที่ 5 ตุลาคม ที่ผ่านมา โดยเซ็นสัญญาร่วมงานกันเป็นเวลา 4 ปี

สำหรับค่าตัวของ ปาร์เตย์ อยู่ที่ 45 ล้านปอนด์ (ประมาณ 1,845 ล้านบาท) ซึ่งถือเป็นดีลที่ อาร์เซน่อล ยอมทุ่มเงินซื้อตามค่าฉีกสัญญา โดยตามรายงานระบุว่า ดาวเตะวัย 27 ปี จะรับค่าเหนื่อยสัปดาห์ล่ะ 260,000 ปอนด์ (ประมาณ 10.66 ล้านบาท)

ขณะเดียวกันนั้น "ไอ้ปืนใหญ่" ได้ปล่อยตัว ลูคัส ตอร์เรร่า กองกลางทีมชาติอุรุกวัย ให้ "ตราหมี" ยืมใช้งานเป็นเวลา 1 ฤดูกาล หลังจากที่ฤดูกาลก่อน มิดฟิลด์วัย 24 ปี ไม่สามารถก้าวขึ้นมาเป็นแข้งตัวหลักของทีมได้
   
ทั้งนี้ ปาร์เตย์ จะได้สวมเสื้อ อาร์เซน่อล หมายเลข 18 สู้ศึกฤดูกาลนี้

 

แฟนผีจับตา!สื่อดังยันแมนยูซิวคาวานี่แล้ว ตรวจร่างกายวันนี้ก่อนชูเสื้อ

 

ทำเอาบรรดาสาวก "ปีศาจแดง" คึกคักเลยทีเดียว เพราะล่าสุดสื่อดังรายงานแล้ว แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ตกลงคว้าตัว เอดินสัน คาวานี่ อดีตดาวยิง ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ได้เรียบร้อย โดยนักเตะจะเข้ารับการตรวจร่างกายวันนี้เลย
    
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ บรรลุข้อตกลงสัญญา 2 ปี กับ เอดินสัน คาวานี่ กองหน้าซูเปอร์สตาร์ทีมชาติอุรุกวัย ได้เรียบร้อย ตามรายงานจาก อีเอสพีเอ็น สื่อกีฬาชั้นนำระดับโลก เมื่อวันเสาร์ที่ 3 ตุลาคม ที่ผ่านมา

ก่อนหน้านี้มีข่าวว่า แมนฯ ยูไนเต็ด กำลังเจรจากับเอเจนต์ของ คาวานี่ โดยหวังที่จะคว้าเจ้าตัวมาล่าตาข่ายในรัง โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด แบบฟรีๆ หลังจากที่ ดาวยิงวัย 33 ปี หมดสัญญาและแยกทางกับ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ตั้งแต่สิ้นเดือนมิถุนายน

ล่าสุด อีเอสพีเอ็น ระบุว่า "ปีศาจแดง" ตกลงกับ คาวานี่ ได้แล้ว ด้วยสัญญา 2 ปี โดยที่ตัวนักเตะเตรียมเดินทางจากกรุงปารีส มายังเมืองแมนเชสเตอร์ เพื่อเข้ารับการตรวจร่างกายวันอาทิตย์นี้ และคาดว่าน่าจะมีการประกาศอย่างเป็นทางการอย่างช้าในวันจันทร์ที่ 5 ตุลาคม

ผลโหวตแฟนแมนยูอยากได้ใครกัปตัน-คะแนนแม็กไกวร์เหลือเชื่อ

เปิดผลโหวตแฟน แมนฯ ยูไนเต็ด อยากเห็นใครเป็นกัปตันทีม โดย แฮร์รี่ แม็กไกวร์ ได้คะแนนน้อยอย่างเหลือเชื่อ
    เดอะ พีเพิลส์ เพอร์สัน เว็บไซต์แวดวงข่าวสารของสโมสร แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จัดทำแบบสำรวจความเห็นของแฟนบอล "ปีศาจแดง" ว่า อยากเห็นนักเตะคนไหนได้ทำหน้าที่กัปตันทีม หลังจาก แฮร์รี่ แม็กไกวร์ เจ้าของตำแหน่งคนปัจจุบันกำลังโดนวิจารณ์อย่างหนัก

    ในเกมที่ "ปีศาจแดง" พ่าย ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ 1-6 คารัง โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด เมื่อวันอาทิตย์ที่ 4 ตุลาคม ที่ผ่านมา ได้มีคลิปเสียงออกมาเป็นการโต้เถียงระหว่าง แม็กไกวร์ กับ มาร์คัส แรชฟอร์ด หลัง อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล โดนไล่ออก โดยที่กัปตันทีมไม่ได้แสดงให้เห็นถึงการปกป้องเพื่อน และทวงความยุติธรรมให้กับทีมมากพอ

    จากผลโหวตที่มีแฟนบอลกว่า 10,000 รายร่วมแสดงความเห็นออกมาว่า มีแค่ 114 คน หรือคิดเป็น 1 เปอร์เซ็นต์เท่านั้นที่อยากเห็น แม็กไกวร์ เป็นกัปตันทีมต่อ ส่วนคนได้มากสุดคือ บรูโน่ แฟร์นันด์ส กองกลางทีมชาติโปรตุเกส ที่คะแนนโหวตสูงถึง 83 เปอร์เซ็นต์เลยทีเดียว

ผลโหวตแฟนบอล แมนฯ ยูไนเต็ด อยากได้ใครเป็นกัปตันทีม (เปิดให้โหวตแค่ 4 คน)
1. บรูโน่ แฟร์นันด์ส    8,862 (83%)
2. มาร์คัส แรชฟอร์ด  1,022 (10%)
3. ปอล ป็อกบา  617 (6%)
4. แฮร์รี่ แม็กไกวร์  114 (1%)

ยุติดราม่า! “รามอส” ชักภาพร่วมโด้หลังเกมอุ่นเกือก

เซร์คิโอ รามอส กัปตันทีมเรอัล มาดริด โพสต์ภาพที่ถ่ายร่วมกับ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ หลังจบเกมที่ สเปน เสมอ โปรตุเกส แบบไร้สกอร์ แมตช์อุ่นเกือกเมื่อวันพุธที่ผ่านมา โดยเป็นการยืนยันว่าความบาดหมางที่ไม่คุยกันมานาน 2 ปีไม่มีอีกต่อไปแล้ว
               เซร์คิโอ รามอส เซนเตอร์แบ็กจอมแกร่ง เรอัล มาดริด โพสต์ภาพผ่านสื่อสังคมออนไลน์เพื่อเป็นการยุติประเด็นดราม่ากรณีที่มีการแฉว่าตนกับ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ไม่ได้พูดคุยกันมานาน 2 ปี หลังจบแมตช์ที่ สเปน เสมอ โปรตุเกส 0-0 เกมอุ่นเครื่อง เมื่อวันพุธที่ 7 ตุลาคมที่ผ่านมา

              ก่อนหน้าแมตช์นี้มีการแฉกันสนั่นโลกว่า รามอส กับ โรนัลโด้ ซึ่งเล่นร่วมกันที่ เรอัล มาดริด ไม่คุยกันอีกเลยนับตั้งแต่ที่ ลูก้า โมดริช เพลย์เมกเกอร์ชาวโครเอเชีย คว้ารางวัลบัลลง ดอร์ เมื่อปี 2018 เนื่องจากไม่พอใจปฏิกิริยาที่แสนเย็นชาของ "ซีอาร์ 7" หลังจากที่เจ้าตัวพลาดได้รางวัลทรงเกียรติ

             อย่างไรก็ตามเพื่อเป็นการยุติข้อพิพากต่างๆ รามอส ได้เดินเข้าไปในห้องแต่งตัวทีมชาติโปรตุเกส พร้อมกับชักภาพถ่ายรูปร่วมกับ สตาร์ลูกหนัง "ม้าลาย" ยูเวนตุส ซึ่งทั้งคู่ได้โชว์เสื้อแข่งหมายเลข 7 ทีมชาติโปรตุเกสของ "เฮียโด้" โดยงานนี้ เปเป้ กองหลังฝอยทองที่เคยร่วมงานกับทั้งสองคนในทัพ "ราชันชุดขาว" ก็อยู่ในเฟรมเพื่อเป็นสักขีพยานด้วย

             กัปตันทีม "โลส บลังโกส" โพสต์ภาพพร้อมข้อความผ่าน "เฟซบุ๊ค" สื่อสังคมออนไลน์ยอดนิยมว่า "เรายังอยู่ที่นี่…และสิ่งที่ยังคงหลงเหลืออยู่ก็คือความสุขที่ได้เจอกับเพื่อนๆ ของคุณ เรายังอยู่ใกล้ๆ กัน….และยังมีอะไรอีกมากมายที่จะเข้ามา ! มันช่างมีความสุขที่ได้พบกับพวกนาย, เหล่าเพื่อนผองของผม @Cristiano Ronaldo @Pepe."

 

เด็กผีพอยิ้มได้ ! คาดการณ์ 11 ตัวจริง แมนยู หลังได้ คาวานี่, เตลเลส

สาวก "เร้ด อาร์มี่" คงพอใจในระดับหนึ่งที่เห็น แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คว้าตัว อเล็กซ์ เตลเลส แบ็กซ้ายชาวบราซิเลียน มาร่วมทีมเรียบร้อยแล้ว ขณะที่ เอดินสัน คาวานี่ กองหน้ามากประสบการณ์ ก็เข้ามาเป็นสมาชิกใหม่เพื่อเติมเต็มเกมรุกให้ดุดันมากยิ่งขึ้น โดยงานนี้ "ปีศาจแดง" น่าจะระเบิดฟอร์เก่งเรียกศรัทธากลับคืนมาจากแฟนบอล
    ฤดูกาล 2020/2021 ผลงานของ แมนฯ ยูไนเต็ด ค่อนข้างน่าผิดหวัง โดยเฉพาะเกมล่าสุดที่ "ผีแดง" เปิดบ้านโดน "ไก่เดือยทอง" ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ไล่ถลุงยับไม่นับญาติด้วยสกอร์ 1-6 ทำให้แฟนบอลเริ่มหมดศรัทธาในการคุมทีมของ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา และการบริหารงานของบอร์ด

    สิ่งสำคัญก็คือ แมนฯ ยูไนเต็ด แทบไม่มีการลงทุนซื้อนักเตะใหม่ในช่วงซัมเมอร์นี้ นอกจากคว้าตัว ดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค มาจาก อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม อย่างไรก็ตามในช่วงเส้นตายตลาดพ่อค้าแข้งซัมเมอร์นี้  "ผีแดง" เดินเครื่องเต็มสูบในการคว้านักเตะใหม่มาเสริมทัพ

    หนึ่งในจุดสำคัญที่ แมนฯ ยูไนเต็ด ต้องเสริมก็คือกองหลัง เพราะทีมโดนวิจารณ์อย่างหนักในช่วงที่ผ่านมา โดยเฉพาะการเสียถึง 6 ประตูในเกมเดียว ส่งผลให้ตอนนี้ทีมเสียประตูรวมไปแล้วถึง 11 ลูกทั้งๆ ที่เพิ่มจะเปิดฉากฤดูกาลใหม่ได้ไม่กี่เกมเท่านั้น

    ด้วยเหตุนี้ทำให้พวกเขาคว้าตัว เตลเลส เพื่อเข้ามาเติมเต็มเกมบุกทางตำแหน่งฟูลแบ็กซ้าย เพราะช่วงที่ผ่านมา ลุค ชอว์ กับแบรนดอน วิลเลี่ยมส์ ผลงานไม่เข้าตา ในขณะที่แนวรุกพวกเขาใร คาวานี่ ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในกองหน้าฝีเกือกคมในวงการฟุตบอล มาไล่ล่าตาข่ายคู่แข่งด้วยเช่นกัน รวมทั้ง อาหมัด ดิยัลโล่ ตราโอเร่ ปีกดาวรุ่ง จาก อตาลันต้า (ซึ่งจะย้ายมาโชว์เพลงแข้งในถิ่น โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด เดือนมกราคม ปีหน้า)

    ฉะนั้นเมื่อทีมได้นักเตะทั้งสองคนมาเสริมทัพในช่วงเวลานี้ทำให้พวกเขามีโอกาสได้ที่จะส่ง เตลเลส และ คาวานี่ ลงสนามในเกมเยือน "สาลิกาดง" นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด ซึ่งจะลงดวลกันในวันที่ 17 ตุลาคมนี้ เนื่องจากสองสัปดาห์จากนี้เป็นช่วงพักเบรกทีมชาติพอดิบพอดี

    โซลชา เตรียมที่จะจัดทีมแบบเต็มสูบเพื่อเรียกศรัทธาคืนมาจาก "เด็กผี" ทั่วโลก โดยพร้อมที่จะส่งแข้งใหม่ทั้งสองคนลงสนามทันที สำหรับตำแหน่งผู้รักษาประตูยังคงเป็น ดาบิด เด เคอา เหมือนเดิม เพราะ "น้าลูกอม" ยังไว้วางใจ โกลทีมชาติสเปน ต่อไปแม้ล่าสุดจะถูกกระซวกไปครึ่งโหลก็ตาม

    ขณะที่แบ็กขวา อารอน วาน-บิสซาก้า ยังคงยึดตำแหน่งของตัวเองได้อย่างเหนียวแน่น ส่วนเซนเตอร์แบ็กแน่นอนว่า แฮร์รี่ แม็กไกวร์ กัปตันทีมยังคงเป็นหัวใจสำคัญในเกมรับ โดย วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ ซึ่งโดน เอริก ไบยี่ แย่งตำแหน่งในเกมพบ สเปอร์ส จะได้รับความไว้วางใจจาก โซลชา ให้กลับมายื่นคู่กับ แม็กไกวร์ อีกครั้ง

    ส่วน ชอว์ ตอนนี้เจ้าตัวคงรู้สถานภาพของตัวเองว่าไม่น่าจะได้เล่นตัวจริงแล้ว เพราะ เตลเลส ซึ่งย้ายจาก ปอร์โต้ จะได้ลงสนามตั้งแต่ต้นเกม ขณะที่แผนกองกลางงานนี้ โซลชา ยังไม่เลือก ฟาน เดอ เบ็ค ลงเป็น 11 ตัวจริง และตัดสินใจใช้งาน ปอล ป็อกบา ยืนคู่กับ เนมานย่า มาติช

    ด้าน บรูโน่ แฟร์นันด์ส จะได้ทำหน้าที่ในฐานะเพลย์เมกเกอร์ ส่วน เมสัน กรีนวู้ด หัวหอกลูกรักของ โซลชา กับ มาร์คัส แรชฟอร์ด จะถูกจับไปเล่นเป็นกองหน้าตัวริมเส้น ด้านหน้าเป้างานนี้ทีมต้องเสีย อองโตนี่ มาร์กซิยาล เนื่องจากติดโทษใบแดง ฉะนั้น คาวานี่ คงจะได้ลงไปทำหน้าที่สำคัญ ซึ่งจะเป็นเกมแรกของเขานับตั้งแต่วันที่ 11 มีนาคม

    ทั้งนี้ กองหน้าชาวอุรุวัย วัย 33 ปี ไม่ได้ลงสนามอีกเลยนับตั้งแต่ที่ลงเล่นตัวจริงให้กับ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง เกมชนะ "เสือเหลือง" โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ 2-0 ศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก แต่แฟน "ปีศาจแดง" ไม่ต้องกังวลเพราะนักเตะพยายามฝึกซ้อมส่วนตัวเพื่อรักษาความฟิตอยู่ตลอด

    คาดการณ์ 11 ตัวจริง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

ผู้รักษาประตู : ดาบิด เด เคอา

กองหลัง : อเล็กซ์ เตลเลส, วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ, แฮร์รี่ แม็กไกวร์, อารอน วาน-บิสซาก้า

กองกลาง : เนมานย่า มาติช, ปอล ป็อกบา, บรูโน่ แฟร์นันด์ส

กองหน้า :  มาร์คัส แรชฟอร์ด, เมสัน กรีนวู้ด, เอดินสัน คาวานี่