ของดีทั้งนั้น!11แข้งฝีเท้าไม่ธรรมดาจาก3สโมสรตกชั้น

 ศึกลูกหนัง พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ประจำฤดูกาล 2019/20 ปิดฉากลงไปอย่างเป็นทางการเรียบร้อย เมื่อวันอาทิตย์ที่ 26 กรกฎาคม ที่ผ่านมา ซึ่งสามสโมสรที่ต้องตกชั้นลงไปโลดแล่นในเวที แชมเปี้ยนชิพ ฤดูกาลหน้านั้น ประกอบไปด้วย นอริช ซิตี้, บอร์นมัธ และ วัตฟอร์ด ทว่าสโมสรเหล่านี้มีนักเตะฝีเท้าดีในสังกัดหลายราย และคู่ควรที่จะได้รับความสนใจจากบรรดาสโมสรที่ใหญ่กว่า ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจ หากบางคนได้อยู่โชว์เพลงแข้งในเวที พรีเมียร์ลีก ต่อในฤดูกาลหน้า หรือไม่ก็ย้ายไปค้าแข้งในลีกระดับสูงที่อื่น และนี่คือ 11 แข้งที่น่าสนใจจากสามสโมสรตกชั้น ซึ่งคัดสรรโดยสื่อชื่อดังของอังกฤษอย่าง The Sun
 – เบน ฟอสเตอร์ (วัตฟอร์ด)

     นายทวารวัย 37 ปี มีประสบการณ์เพียบในลีกสูงสุดอังกฤษ โดยลงเฝ้าเสาไปทั้งสิ้น 364 นัด เก็บคลีนชีตได้ 88 ครั้ง ดังนั้น ฟอสเตอร์ ถือเป็นผู้รักษาประตูที่น่าสนใจทีเดียว ซึ่งเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ก็มีกระแสข่าวว่า ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ อยากได้เจ้าตัวไปสร้างความกดดันให้กับนายประตูมือหนึ่้งอย่าง อูโก้ โยริส แต่ข่าวการย้ายทีมก็เงียบไป หลัง ฟอสเตอร์ ตกลงขยายสัญญากับ "แตนอาละวาด" เมื่อเดือนก่อน

 – แม็กซ์ แอรอนส์ (นอริช ซิตี้)

  ฤดูกาลที่ผ่านมา แอรอนส์ ลงเล่นเกม พรีเมียร์ลีก ให้ นอริช ไปถึง 36 นัด และทำผลงานได้อย่างน่าประทับใจ จนมีข่าวว่า สเปอร์ส (อีกแล้ว) อยากได้ตัวไปร่วมทัพในช่วงซัมเมอร์นี้ และด้วยการที่ตอนนี้ "นกขมิ้นเหลืองอ่อน" ตกชั้นเรียบร้อย จึงน่าจะเป็นโอกาสดีสำหรับ "ไก่เดือยทอง" ในการเร่งปิดดีลกระชากตัว แบ็กขวาวัย 20 ปี ไปร่วมก๊วน

 – นาธาน อาเก้ (บอร์นมัธ)

  อาเก้ ถือเป็นกองหลังฝีเท้าดีที่ใครๆ ก็ทราบกันดี โดยเมื่อเร็วๆ นี้มีรายงานว่า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ จ่อปิดดีลได้แล้ว แต่สุดท้ายข่าวก็เงียบๆ ไป ขณะที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด รวมถึงต้นสังกัดเก่าอย่าง เชลซี ก็มีข่าวอยากได้ตัว ปราการหลังทีมชาติฮอลแลนด์วัย 25 ปี เช่นกัน ซึ่งถึงแม้ บอร์นมัธ เคยตั้งค่าหัว อาเก้ ไว้สูงถึง 80 ล้านปอนด์ (ประมาณ 3,200 ล้านบาท) แต่ด้วยสถานะของสโมสรตอนนี้ที่ตกชั้นเรียบร้อย พวกเขาจึงน่าจะยอมขายในราคาที่ถูกกว่าที่ตั้งเอาไว้ครึ่งหนึ่ง

 – เบน ก็อดฟรีย์ (นอริช ซิตี้)

 

  เป็นอีกหนึ่งแข้งที่น่าสนใจจากค่าย "นกขมิ้นเหลืองอ่อน" ซึ่งเราอาจจะได้เห็นเขาออกไปค้าแข้งในลีกต่างแดนก็เป็นได้ เพราะช่วงที่ผ่านมามีข่าวว่า สองสโมสรดังในศึก บุนเดสลีกา เยอรมัน อย่าง โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ และ แอร์เบ ไลป์ซิก กำลังให้ความสนใจอยู่ ขณะที่ ลิเวอร์พูล ทีมแชมป์ พรีเมียร์ลีก ก็เล็งๆ ปราการหลังวัย 22 ปี รายนี้เช่นกัน

 – ดีเอโก้ ริโก้ (บอร์นมัธ)

  แม้ทัพ "เดอะ เชอร์รี่ส์" จะกระเด็นตกชั้น แต่ แบ็กซ้ายชาวสแปนิชวัย 27 ปี ซึ่งย้ายมาจาก เลกาเนส เมื่อช่วงซัมเมอร์ปี 2018 ถือเป็นนักเตะอีกคนในสังกัดที่ทำผลงานได้น่าจับตา โดยเฉพาะการเติมเกมรุก ซึ่งประสบการณ์ในเกม พรีเมียร์ลีก 39 นัดนั้น เจ้าตัวจัดไป 4 แอสซิสต์ ถือว่าไม่เลวเลย 

 – เคราร์ด เดวโลเฟว (วัตฟอร์ด)

  เรื่องฝีเท้าของ อดีตเด็กปั้น บาร์เซโลน่า คนนี้ ไม่ธรรมดาอยู่แล้ว แต่น่าเสียดายที่ปัญหาบาดเจ็บอย่างรุนแรงตรงหัวเข่า ทำให้เจ้าตัวต้องพักแข้งยาวมาตั้งแต่ช่วงเดือนกุมภาพันธ์ ทว่าผลงานของ เดวโลเฟว ก่อนเดี้ยงนั้น ถือว่าไม่ใช่เล่นๆ เลย เพราะเจ้าตัวกดไป 4 ประตู กับ 5 แอสซิสต์ จากการลงเล่นเกมลีก 28 นัด ดังนั้นเมื่อกลับมาฟิตสมบูรณ์อีกครั้ง เดวโลเฟว จึงถือเป็นอีกหนึ่งนักเตะที่บรรดาสโมสรใน พรีเมียร์ลีก ควรจับตามอง

 – อับดูลาย ดูคูเร่ (วัตฟอร์ด)

  มิดฟิลด์เฟร้นช์แมนวัย 27 ปี ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมตลอดระยะเวลา 4 ฤดูกาลที่อยู่รับใช้ทัพ "แตนอาละวาด" โดยลงเล่นไปทั้งสิ้น 141 นัด ทำได้ 17 ประตู แต่เราคงจะไม่ได้เห็นเขาอยู่เล่นในระดับ แชมเปี้ยนชิพ ค่อนข้างแน่ เพราะเจ้าตัวแย้มเอาไว้ตั้งแต่เดือนมกราคมแล้วว่า ตั้งเป้าที่จะย้ายทีมหลังจบซีซั่น และมีความฝันที่จะเล่นให้กับยักษ์ใหญ่ในศึก ลีก เอิง อย่าง ปารีส แซงต์-แชร์กแมง

 – ท็อดด์ แคนท์เวลล์ (นอริช ซิตี้)

  แทบจะเป็นไปไม่ได้ที่เราจะได้เห็น แคนท์เวลล์ อยู่กับ นอริช ต่อ เพราะฤดูกาลที่ผ่านมา มิดฟิลด์เลือดผู้ดีวัย 22 ปี ทำผลงานได้เข้าตาเหลือเกิน โดยลงเล่นเกมลีกไปทั้งสิ้น 37 นัด ทำได้ 6 ประตู กับ 2 แอสซิสต์ จนมีข่าวเกี่ยวโยงกับบรรดาสโมสรยักษ์ใหญ่ทั้งในและนอกประเทศ อย่างเช่น ลิเวอร์พูล, แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด, ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ และ บาเยิร์น มิวนิค เป็นต้น

 – โจชัว คิง (บอร์นมัธ)

  หัวหอกทีมชาตินอร์เวย์วัย 28 ปี มีผลงานทำ 48 ประตู กับ 14 แอสซิสต์ จากการลงเล่นเกม พรีเมียร์ลีก 161 นัด ให้ทัพ "เดอะ เชอร์รี่ส์" ดังนั้น คิง จึงถือเป็นกองหน้าที่น่าสนใจทีเดียว สำหรับเหล่าสโมสรในศึก พรีเมียร์ลีก และไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจที่ต้นสังกัดเก่าอย่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เคยมีข่าวอยากได้เจ้าตัวกลับสู่ถิ่น โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด

 – ตีมู ปุ๊กกี้ (นอริช ซิตี้)

  เป็นอีกหนึ่งของดีจากถิ่น แคร์โรว์ โร้ด แม้ 13 เกมหลังสุดในศึก พรีเมียร์ลีก เจ้าตัวผลิตสกอร์ไม่ได้เลยก็ตาม แต่ผลงานโดยรวมตลอดทั้้งซีซั่น กระทุ้งไป 11 ประตู จากการลงเล่น 36 นัด ซึ่งถือว่าไม่เลว และนั่นทำให้ กองหน้าทีมชาติฟินแลนด์วัย 30 ปี มีข่าวเกี่ยวโยงกับ เบซิคตัส สโมสรยักษ์ใหญ่ลีกตุรกี

 – ทรอย ดีนี่ย์ (วัตฟอร์ด)

  แม้อายุปาเข้าไป 32 ปีแล้ว แต่ ดีนี่ย์ ถือเป็นของดีที่น่าสนใจไม่น้อย หลังจากที่กดไป 10 ประตู จาก 27 เกมในศึก พรีเมียร์ลีก ฤดูกาลล่าสุด โดยปัจจุบันเหลือสัญญากับ "แตนอาละวาด" อีกแค่ปีเดียว ทำให้มีความเป็นไปได้สูงที่เจ้าตัวจะเลือกอำลาทีมช่วงซัมเมอร์นี้ ซึ่งนั่นก็เป็นสิ่งที่เจ้าตัวเปรยๆ เอาไว้เรียบร้อย หลังจบเกมปิดซีซั่นที่ วัตฟอร์ด บุกพ่าย อาร์เซน่อล 2-3 เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา

ชิงที่3!แมนยูบุกดวลเลสเตอร์จัด “มาร์กซิยาล-วาร์ดี้” วัดคมนัดปิดฤดูกาล PPTV ยิงสด

หากทีมใดคว้าชัยจะมีโอกาสยึดอันดับที่ 3 ของซีซั่นนี้…"ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เตรียมยกพบบุก คิง เพาเวอร์ สเตเดี้ยม พบ "จิ้งจอกสีน้ำเงิน" เลสเตอร์ ซิตี้ โดยนัดนี้อาจเป็นการวัดความคมปิดสกอร์ของ อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล กับ เจมี่ วาร์ดี้ ก็เป็นได้ ลุ้นระทึกได้ในศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันอาทิตย์ที่ 26 ก.ค. ศกนี้  ถ่ายทอดสด : PPTV HD 36 และ True Premier HD 1  (เวลา : 22.00 น.)

ปรีวิว ฟุตบอล พรีเมียร์ ลีก อังกฤษ (นัดสุดท้าย)
วันอาทิตย์ที่ 26 กรกฎาคม 2563
เลสเตอร์ ซิตี้ (5)   –   แมนฯยูฯ (3)
ถ่ายทอดสด : PPTV HD 36 และ True Premier HD 1  (เวลา : 22.00 น.)

สนาม : คิง เพาเวอร์ สเตเดี้ยม

    เบรนแดน ร็อดเจอร์ส กุนซือ จิ้งจอก พาทีมแพ้ 2 จาก 3 เกมล่าสุดโดยสัปดาห์ก่อนโดน สเปอร์ส สอยไป 3-0 ที่ ลอนดอน นี่คือนัดสำคัญสุดยอด ซึ่ง เลสเตอร์ ต้องการชัยชนะเพื่อจะการันตีการติดอันดับท็อปโฟร์ของพวกเขา

    เลสเตอร์ จะขาดผู้เล่นเกมรับเยอะเช่นเคย คักลาร์ โซยุนคู ยังติดโทษแบน ขณะที่ ริคาร์โด้ เปไรร่า, เบน ชิลเวลล์ และ คริสเตียน ฟุ้คส์ พวกนี้เจ็บอยู่ทั้งหมด

    ในแดนกลาง เจมส์ แมดดิสัน ยังเจ็บสะโพกไม่พร้อมลงสนาม ส่วน มาร์ค อัลไบรท์ตัน ก็ต้องทดสอบความฟิตก่อน

    โอเล่ กุนนาร์ โซลชา กุนซือ ปีศาจแดง พาทีมไม่ชนะ 2 เกมติดต่อกัน โดยแพ้ เชลซี 1-3 ในศึกเอฟเอ คัพ รอบตัดเชือก ตามด้วยการไล่ตีเสมอ เวสต์แฮม 1-1 ในบ้านตัวเองนัดล่าสุด

    แมนฯยูฯ มีปัญหาที่เกมรับเมื่อ ลุค ชอว์, เอริก ไบยี่ และ อักเซล ตวนเซเบ้ เจ็บไม่น่าจะลงเล่นได้ทั้งหมด

    ขณะที่ แอรอน วาน-บิสซาก้า ที่นั่งสำรองเกมก่อน น่าจะได้กลับมาเป็นตัวจริง

    ตัวเข้าทำของ ปีศาจแดง ยังอยู่กันครบครันทั้ง อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล, มาร์คัส แรชฟอร์ด, บรูโน่ แฟร์นันด์ส และ เมสัน กรีนวู้ด

ผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม

    เลสเตอร์ ซิตี้ (3-4-2-1) : แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล – ไรอัน เบนเนตต์, เวส มอร์แกน, จอนนี่ อีแวนส์ – เจมส์ จัสติน, วิลฟรีด เอ็นดิดี้, ยูริ ตีเลอมันส์, ลุค โธมัส – อโยเซ่ เปเรซ, ฮาร์วี่ย์ บาร์นส์ – เจมี่ วาร์ดี้
    ผู้จัดการทีม : เบรนแดน ร็อดเจอร์ส

    แมนฯยูไนเต็ด (4-2-3-1) : ดาบิด เด เคอา – อารอน วาน-บิสซาก้า, วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ, แฮร์รี่ แม็กไกวร์, แบรนดอน วิลเลี่ยมส์ – ปอล ป็อกบา, เนมานย่า มาติช – เมสัน กรีนวู้ด, บรูโน่ แฟร์นันด์ส, มาร์คัส แรชฟอร์ด – อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล
    ผู้จัดการทีม : โอเล่ กุนนาร์ โซลชา

    ผู้ตัดสิน : มาร์ติน แอตกินสัน

 

ผลการพบกัน 5 นัดหลังสุด
วัน/เดือน/ปี    รายการ    ผลการแข่งขัน
14/09/19    พรีเมียร์ลีก  แมนฯ ยูไนเต็ด1 – 0เลสเตอร์
03/02/19    พรีเมียร์ลีก  เลสเตอร์0 – 1แมนฯ ยูไนเต็ด
11/08/18    พรีเมียร์ลีก  แมนฯ ยูไนเต็ด2 – 1เลสเตอร์
24/12/17    พรีเมียร์ลีก  เลสเตอร์2 – 2แมนฯ ยูไนเต็ด
26/08/17    พรีเมียร์ลีก  แมนฯ ยูไนเต็ด2 – 0เลสเตอร์

ผลงาน 5 นัดหลังสุด
เลสเตอร์
19/07/20 แพ้ สเปอร์ส 0-3 (เยือน) พรีเมียร์ลีก
16/07/20 ชนะ เชฟฯ ยูไนเต็ด 2-0 (เหย้า) พรีเมียร์ลีก
12/07/20 แพ้ บอร์นมัธ 1-4 (เยือน) พรีเมียร์ลีก
07/07/20 เสมอ อาร์เซน่อล 1-1 (เยือน) พรีเมียร์ลีก
04/07/20 ชนะ คริสตัล พาเลซ 3-0 (เหย้า) พรีเมียร์ลีก

แมนฯ ยูไนเต็ด
22/07/20 เสมอ เวสต์แฮม 1-1 (เหย้า) พรีเมียร์ลีก
19/07/20 แพ้ เชลซี 1-3 (สนามกลาง) เอฟเอ คัพ
16/07/20 ชนะ คริสตัล พาเลซ 2-0 (เยือน) พรีเมียร์ลีก
13/07/20 เสมอ เซาธ์แฮมป์ตัน 2-2 (เหย้า) พรีเมียร์ลีก
09/07/20 ชนะ แอสตัน วิลล่า 3-0 (เยือน) พรีเมียร์ลีก

ไม่ต่อสัญญา!ประธานบริหารเตรียมแยกทางกับลิเวอร์พูล

ลิเวอร์พูล ทำการเปลี่ยนแปลงในตำแหน่งประธานบริหาร หลังจากไม่ต่อสัญญากับ ปีเตอร์ มัวร์ โดยที่ บิลลี่ โฮแกน คนที่ทำให้ทีมได้เซ็นสัญญากับ ไนกี้ จะขึ้นมารับงานต่อจากเขา

    ปีเตอร์ มัวร์ ประธานบริหาร ลิเวอร์พูล สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เตรียมที่จะต้องแยกทางกับทีมหลังหมดเดือนสิงหาคมนี้ หลังจากที่ผู้บริหารของ "หงส์แดง" ตัดสินใจที่จะไม่ต่อสัญญากับเขา

    มัวร์ เข้ามาเป็นซีอีโอของทีมต่อจาก เอียน แอร์ เมื่อปี 2017 และการดำเนินงานของเขาก็มีส่วนทำให้ตอนนี้ ลิเวอร์พูล เป็นสโมสรฟุตบอลที่มีมูลค่าสูงที่สุดเป็นอันดับ 4 ของโลกด้วย หากอ้างอิงจาก แบรนด์ ไฟแนนซ์ หน่วยงานด้านการประเมินมูลค่าขององค์กรต่างๆ หลังจากที่ล่าสุดมูลค่าของ ลิเวอร์พูล แตะหลัก 1.143 พันล้านปอนด์ (ประมาณ 45,720 ล้านบาท) โดยที่ มัวร์ ยังเคยให้สัมภาษณ์ว่าเป็นแฟนบอลตัวยงของ ลิเวอร์พูล เช่นกัน

    ทั้งนี้ มัวร์ กล่าวผ่านเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของ ลิเวอร์พูล ว่าที่จริงไม่เคยฝันมาก่อนด้วยซ้ำว่าจะประสบความสำเร็จกับทีมได้ถึงขนาดนี้ และตนก็จะจดจำความทรงจำที่สร้างร่วมกับ ลิเวอร์พูล ไปตลอดกาล "มันเหนือกว่าความฝันที่ผมฝันเอาไว้ซะอีกที่เราได้ทั้งแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก, ฟีฟ่า คลับ เวิลด์ คัพ และ พรีเมียร์ลีก ในช่วงที่ผมทำงานร่วมกับทีม มันเป็นความสำเร็จที่ยอดเยี่ยมของผู้จัดการทีม, นักเตะ และเหล่าสตาฟฟ์ ทีมชุดนี้สมควรได้รับคำชมและการยกย่องอย่างเต็มที่ ผมจะจดจำความทรงจำเหล่านี้ไปตลอดกาล"

    สำหรับคนที่จะเข้ามารับงาน ซีอีโอ ลิเวอร์พูล ต่อจาก มัวร์ ได้แก่ บิลลี่ โฮแกน หัวหน้าฝ่ายปฏิบัติการที่เป็นกำลังสำคัญในการปรับปรุงฝ่ายการตลาดของ ลิเวอร์พูล และมีส่วนทำให้ทีมได้เซ็นสัญญากับสปอนเซอร์หลายเจ้า โดยว่ากันว่าเขาเป็นฟันเฟืองสำคัญในการเจรจากับ ไนกี้ จนทำให้บริษัทผลิตภัณฑ์กีฬาระดับโลกเซ็นสัญญาเป็นผู้ผลิตชุดแข่งให้กับ ลิเวอร์พูล เมื่อช่วงเดือนมกราคมที่ผ่านมา ซึ่งข้อเสนอนี้จะทำให้ทีมดังแห่งถิ่น แอนฟิลด์ ได้รับเงินจาก ไนกี้ ปีละ 80 ล้านปอนด์ (ประมาณ 3,200 ล้านบาท) เลยทีเดียว

    ด้าน โฮแกน เผยว่ารู้สึกเป็นเกียรติสุดๆ ที่จะได้รับตำแหน่งสำคัญระดับนี้ "หลังจากได้รับเกียรติให้ทำงานร่วมกับสโมสรแห่งนี้มานานเกิน 8 ปีแล้วน้น ผมก็ถือว่ามันเป็นเกียรติอย่างมากที่จะได้เป็นประธานบริหารของทีม และจะได้สานต่องานอันยอดเยี่ยมที่ทุกคนในองค์กรทำร่วมกันมาจนถึงตอนนี้ ผมขอขอบคุณ จอห์น (ดับเบิ้ลยู เฮนรี่), ทอม (เวอร์เนอร์) และ ไมค์ (กอร์ดอน) สำหรับโอกาสในครั้งนี้ที่ทำให้ผมได้นำองค์กรเข้าสู่ช่วงต่อไปของเรื่องราวอันน่าตื่นเต้น"

เปิดตัวเลขแมนยูต้องจ่ายสปอร์ติ้ง ค่าบรูโน่พาไปชปล. ทะลุร้อยล้าน!

หลังจาก แมนฯ ยูไนเต็ด ได้ไปเล่น แชมเปี้ยนส์ ลีก แล้วนั้น ล่าสุด เร็คคอร์ด สื่อของโปรตุเกสก็อกบว่า "ปีศาจแดง" ต้องจ่ายเงินให้ สปอร์ติ้ง อีก 2.7 ล้านปอนด์ ตามสัญญาที่ทำกัน และถ้า 2 ซีซั่นต่อจากนี้ แมนฯ ยูไนเต็ด ได้ไปเล่น แชมเปี้ยนส์ ลีก ครบทั้ง 2 ฤดูกาลอีก ทีมของกุนซือ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ก็ต้องควักเพิ่ม 1.8 ล้านปอนด์
    แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สโมสรดังของศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ จะต้องเสียเงินให้ สปอร์ติ้ง ลิสบอน เพิ่ม 2.7 ล้านปอนด์ (ประมาณ 108 ล้านบาท) ตามเงื่อนไขที่ บรูโน่ แฟร์นันด์ส กองกลางคนดังช่วยให้ทีมได้สิทธิ์เล่นศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ในฤดูกาล 2020-21 ตามรายงานของ เร็คคอร์ด สื่อของประเทศโปรตุเกส

    "ปีศาจแดง" คว้าตัว แฟร์นันด์ส มาจาก สปอร์ติ้ง เมื่อช่วงเดือนมกราคมที่ผ่านมาโดยที่จ่ายค่าตัวทันที 47 ล้านปอนด์ (ประมาณ 1,880 ล้านบาท) ขณะที่ในสัญญาของทั้ง 2 ทีมมีอ็อปชั่นหลายอย่างที่ แมนฯ ยูไนเต็ด จะจ่ายเงินเพิ่มให้กับ สปอร์ติ้ง ถ้าหากดาวเตะชาวโปรตุกีสทำผลงานได้ตรงตามเงื่อนไขที่กำหนดเอาไว้ด้วย

    ทั้งนี้ เร็คคอร์ด เผยว่าหนึ่งในเงื่อนไขระหว่าง 2 ทีมคือ แมนฯ ยูไนเต็ด จะต้องจ่ายเพิ่ม 2.7 ล้านปอนด์ ถ้าเกิด แฟร์นันด์ส ทำให้ทีมได้สิทธิ์เล่น แชมเปี้ยนส์ ลีก ในซีซั่นหน้า ซึ่งตอนนั้นมันดูเป็นไปได้ยากพอตัว

    อย่างไรก็ตาม ถ้าหากนับตั้งแต่ที่ แฟร์นันด์ส ได้ประเดิมสนามกับทีมในลีก ในเกมที่เจ๊ากับ วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส 0-0 แล้วนั้น แมนฯ ยูไนเต็ด ก็ไม่แพ้ใครในลีกเลย แบ่งเป็นชนะ 9 เกม และเสมอ 5 นัด โดยแข้งวัย 25 ปี ทำได้ถึง 8 ประตู กับอีก 7 แอสซิสต์ ในการลงเล่นเกม พรีเมียร์ลีก 14 หนด้วย จนทำให้ แมนฯ ยูไนเต็ด ได้อันดับ 3 ลีก และต้องจ่ายเงินเพิ่ม 2.7 ล้านปอนด์ ตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้

    เร็คคอร์ด เสริมว่ามันมีเงื่อนไขอีกว่าถ้าหากในอีก 2 ฤดูกาลต่อจากนี้ แมนฯ ยูไนเต็ด ได้สิทธิ์เล่น แชมเปี้ยนส์ ลีก ทั้ง 2 ซีซั่นแล้วล่ะก็ พวกเขาก็ต้องจ่ายเพิ่ม 1.8 ล้านปอนด์ (ประมาณ 72 ล้านบาท) หรือถ้าได้เล่นแค่ซีซั่นใดซีซั่นหนึ่ง ทีมดังของถิ่น โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ก็ต้องควักเงิน 900,000 ปอนด์ (ประมาณ 36 ล้านบาท) โดยเป็นที่เชื่อว่าค่าเงื่อนไขเพิ่มเติ่มในดีล แฟร์นันด์ส ที่ แมนฯ ยูไนเต็ด ทำเอาไว้กับ สปอร์ติ้ง มีมูลค่ารวมทั้งหมด 21 ล้านปอนด์ (ประมาณ 840 ล้านบาท)

อริตัวจริง!มิลเนอร์ไม่พลาดเหน็บแมนยูตอนฉลองแชมป์

เจมส์ มิลเนอร์ พาดพิง แมนฯ ยูไนเต็ด ระหว่างพิธีรับถ้วยแชมป์ ทำเอา "เดอะ ค็อป" ถูกใจกันมากๆ ส่วนฝั่งสาวก "ปีศาจแดง" ก็เหน็บแนมกลับไปเหมือนกัน
    เจมส์ มิลเนอร์ ดาวเตะสารพัดประโยชน์ของ ลิเวอร์พูล พาดพิง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คู่อริตัวฉกาจของ "หงส์แดง" ในระหว่างพิธีฉลองแชมป์ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อวันพุธที่ 22 กรกฎาคม ที่ผ่านมา

“It’s always been United in red before…wankers”

James Milner must be protected at all costs https://t.co/PVlOpeSrBJ

— Ross Williams (@RossWilliams_) July 22, 2020
    ในพิธีฉลองแชมป์นั้น บรรดานักเตะ ลิเวอร์พูล ต้องไปยืนบนโพเดียมที่เตรียมเอาไว้บนอัฒจันทร์ฝั่ง ค็อป เอ็นด์ แล้วรอให้ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน กองกลางกัปตันทีมขึ้นมาเป็นคนสุดท้ายเพื่อหยิบถ้วยแชมป์มาฉลองร่วมกับทุกคน ซึ่งในระหว่างนั้นเหล่าพ่อค้าแข้งของ ลิเวอร์พูล ก็คุยกันอย่างร่าเริงและสนุกไปกับบรรยากาศอย่างเต็มที่

Milner calling United wankers while on the podium hahahaha MY vice captain

— Jonny (@Firtinho) July 22, 2020
    ทั้งนี้ ในตอนที่กำลังอยู่บนแท่นพิธีร่วมกับคนอื่นๆ นั้น มิลเนอร์ พูดขึ้นมาว่า "นี่เป็นครั้งแรกที่ฉันอยากให้ริบบิ้นมันเป็นสีแดงเลยว่ะ ก่อนหน้านี้มัน (ริบบิ้นสีแดง) สื่อถึง ยูไนเต็ด อยู่ตลอดเลย พวกมันน่ารังเกียจจริงๆ" ซึ่งนักเตะ ลิเวอร์พูล บางส่วนก็หัวเราะให้กับเรื่องนั้น

    คำพูดของ มิลเนอร์ ทำให้แฟนบอล ลิเวอร์พูล บางคนถูกใจสุดๆ อย่างเช่น "การที่ เจมส์ มิลเนอร์ เรียก ยูไนเต็ด ว่าพวกน่ารังเกียจคือสิ่งที่ทำให้เขาสมควรได้รับการต่อสัญญาไปอีก 5 ปี", "เราต้องปกป้อง เจมส์ มิลเนอร์ ไม่ว่าจะต้องแลกด้วยอะไรก็ตาม" และ "มิลเนอร์ เรียก ยูไนเต็ด ว่าพวกน่ารังเกียจในขณะที่อยู่บนโพเดียม ฮ่าๆๆ นี่แหละรองกัปตันทีมของฉัน" เป็นต้น

WE ARE ALL F*CKING W*NKERS!!!

Yep, instead of celebrating your teams 1st title* in 30 years, James Milner decides to say #MUFC are f*cking w*nkers!

Even in a celebration, they still have #MUFC on their minds

— Manchester United (@NewManUtdNews) July 23, 2020
    ขณะที่ฝั่งสาวก แมนฯ ยูไนเต็ด บางคนก็พูดถึงเรื่องนี้เหมือนกัน อย่างเช่น "เราทุกคนมันน่ารังเกียจ!!! ใช่ แทนที่แกควรจะฉลองแชมป์ลีกหนแรกในรอบ 30 ปีของแก เจมส์ มิลเนอร์ กลับตัดสินใจที่จะพูดว่า #MUFC เป็นพวกน่ารังเกียจ ขนาดตอนฉลองแชมป์พวกแกยังคิดถึง #MUFC อยู่เลย" และ "เจมส์ มิลเนอร์ พูดถึงเราระหว่างพิธีด้วย ยูไนเต็ด เป็นทีมที่ใหญ่จริงๆ"

James Milner talking about us during the ceremony. United are gargantuan https://t.co/YivMvA5J3L

— Joel (@SuperLindelof3) July 23, 2020
    สำหรับ มิลเนอร์ นั้น เคยอยู่กับ ลีดส์ ยูไนเต็ด และ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ มาก่อน ซึ่งทั้ง 2 ทีมก็เป็นคู่อริของ แมนฯ ยูไนเต็ด เช่นเดียวกับ ลิเวอร์พูล

ทูเคิลรับต้องพึ่งปาฏิหาริย์เอ็มบัปเป้ฟิตทันบู๊ UCL

กุนซือชาวเยอรมันของเปแอสเช ยอมรับว่าคงต้องเพิ่งปาฏิหาริย์ให้แนวรุกทีมชาติฝรั่งเศสหายเจ็บลงสนามในเกมชี้ชะตา UCL

โทมัส ทูเคิล กุนซือของ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ยอมรับว่าคงต้องเพิ่งปาฏิหาริย์ให้ คิลิยัน เอ็มบัปเป้ หายเจ็บลงสนามในเกมชี้ชะตา UCL

แนวรุกทีมชาติฝรั่งเศสได้รับบาดเจ็บที่ข้อเท้าหลังโดน โลอิค แปร์แร็ง กองหลังของ แซงต์ เอเตียน เสียบในจังหวะที่กำลังจะแตะบอลเข้าหาเขตโทษ จนทำให้เขาได้รับบาดเจ็บจนต้องถูกเปลี่ยนตัวออกจากสนาม

โดยเบื้องต้น เอ็มบัปเป้ ต้องพักราว 3 สัปดาห์ ซึ่งทำให้หมดสิทธิ์ลงเล่นในนัดชิงชนะเลิศเฟร้นช์ ลีก คัพ ที่จะพบกับโอลิมปิก คืนวันศุกร์ที่ 31 กรกฎาคม รวมถึงเกมยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบ 8 ทีม ที่จะพบกับอตาลันต้า คืนวันพุธที่ 12 สิงหาคมค่อนข้างแน่นอนแล้ว

"มันจะเป็นข้อได้เปรียบที่สำคัญกับเรามาก แต่ผมหวังว่าเราจะหาทางแก้ปัญหาได้" ทูเคิล เผย

"เรรายังหวังแบบนั้น (เอ็มบัปเป้หายทันเจออตาลันต้า) แต่โอกาสมันน้อยมาก ๆ ในทุก ๆ วันที่ผานไปเหมือนรอคอยปาฏิหาริย์ แต่วันพรุ่งนี้เราต้องปรับตัวกับทีมที่ไม่มีคิลิยัน"

‘ชนาธิป’ ขึ้นที่หนึ่งร่วมเจ้าพ่อแอสซิสต์ หลังเจลีกผ่าน 7 นัด-เพื่อน ‘มุ้ย’ ติดด้วย

ภายหลังจากที่ ‘เจ’ ชนาธิป สรงกระสินธ์ เพลย์เมกเกอร์คอนซาโดเล่ ซัปโปโร โชว์ฟอร์มแจ่มจัด 1 แอสซิสต์ให้กับเพื่อนร่วมทีม ในเกมที่เปิดบ้านเอาชนะ "แชมป์เก่า" โยโกฮาม่า เอฟ มารินอส 3-1 เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยเป็นแอสซิสต์ลูกที่ 4 ในเจลีก ฤดูกาล 2020 ของดาวเตะทีมชาติไทย
    หลังผ่านพ้นไป 7 นัดในลีกสูงสุดแดนอาทิตย์อุทัย กองกลางทีมชาติไทย วัย 26 ปี ขึ้นแท่นผู้ทำแอสซิสต์นำเป็นอันดับ 1 ร่วม โดยมี เคนตะ นิชิซาวะ นักเตะวัย 23 ปี ของชิมิสึ เอส-พัลส์ เพื่อนร่วมทีมของ ‘มุ้ย’ ธีรศิลป์ แดงดา และ ยูยะ คามิยะ แข้งแนวรุกวัย 23 ปีของคาชิว่า เรย์โซล และกัปตันทีมชาติญี่ปุ่น ยู-23 ปี ชุดเหรียญเงินเอเชียนเกมส์ 2018 ที่อินโดนีเซีย ติดอันดับ 1 ทำแอสซิสต์ได้ 4 ลูกเช่นกัน

    ในส่วนของดาวซัลโวสูงสุดเวลานี้เป็นของ ไมเคิล โอลุงก้า หัวหอกชาวเคนย่า วัย 26 ปี ของคาชิว่า เรย์โซล ที่ตะบันคู่แข่งไปแล้ว 8 ประตู จาก 7 เกม ทิ้งห่างผู้ตามไม่ว่าจะเป็น มูซาชิ ซูซูกิ กองหน้าลูกครึ่งญี่ปุ่น-จาไมกา วัย 26 ปีของคอนซาโดเล่ ซัปโปโร, มาร์กอส จูเนียร์ แนวรุกชาวบราซิลวัย 27 ปีของโยโกฮาม่า เอฟ มารินอส, เลอันโดร เปเรย์รา ศูนย์หน้าชาวบราซิล วัย 29 ปี จากซานเฟรชเช่ ฮิโรชิม่า, เคียวโกะ ฟุรุฮาชิ กองหน้าดีกรีทีมชาติญี่ปุ่น วัย 25 ปี ของวิสเซล โกเบ ถึง 4 ลูกด้วยกัน

    สำหรับโปรแกรมนัดที่ 8 ที่มีนักเตะไทย จะแข่งขันในวันเสาร์ที่ 1 ส.ค.63 โดย โยโกฮาม่า เอฟ มารินอส จะบุกไปเยือน เวกัลตะ เซนได เวลาไทย 16.00 น. ถ่ายทอดสดทางออนไลน์ Siamsport Youtube Channel และ Facebook Siamsport

    ส่วน ชิมิสึ เอสพัลส์จะบุกไปเยือน อูราวะ เรด ไดมอนส์ เวลา 17.00 น. ถ่ายทอดสดทางช่อง 9 MCOT HD หมายเลข 30

    และวันอาทิตย์ที่ 2 ส.ค.63 คอนซาโดเล่ ซัปโปโร จะเปิดบ้านพบกับ วิสเซล โกเบ เวลา 12.00 น. ถ่ายทอดสดทางช่อง 9 MCOT HD หมายเลข 30

สัญญาณอันตราย! เปิดเหตุผลชวนเสียวอาจทำแมนยูหลุดท็อปโฟร์

ชะตากรรมตั๋ว ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ยังอยู่ในมือของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แต่สัญญาณที่แข้ง "ผีแดง" แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนในเกมเสมอกับ เวสต์แฮม เมื่อวันพุธที่ผ่านมา นั่นคือความเหนื่อยล้า และสิ่งนี้จะกลายเป็นอุปสรรคในนัดสุดท้ายอย่างแน่นอน

     แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เสมอกับ เวสต์แฮม 1-1 เมื่อวันพุธที่ผ่านมาซึ่งผลการแข่งขันนี้เพียงพอที่จะทำให้ทีมของ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ขยับขึ้นอนัดับ 3 ของตารางพร้อมกับเพิ่มสถิติไร้พ่ายในลีกเป็น 13 นัดติต่อกัน รวมถึงทำให้นัดสุดท้ายพวกเขาขอเก็บหนึ่งแต้มจากรัง เลสเตอร์ ซิตี้ ก็จะการันตีตั๋ว ชปล. ฤดูกาลนี้ทันที

    เหมือนทุกอย่างจะดี? แต่ไม่เชิง… หลังจากที่ แมนฯ ยูไนเต็ด โชว์ฟอร์มย่ำแย่จนพ่าย เชลซี ตกรอบ เอฟเอ คัพ เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา นี่ถือว่าไม่ใช่การกลับมาคืนฟอร์มแบบที่แฟนบอลคาดหวังไว้

    ความจริงแล้วหาก “ผีแดง” คว้าชัยชนะเหนือ เวสต์แฮม ของ เดวิด มอยส์ ด้วยสกอร์ห่างหลายลูกก็จะตัดโอกาสไป ชปล. ของ เลสเตอร์ ซิตี้ แบบสิ้นเชิง เราเคยเห็นพวกเขาซิวชัยด้วยประตูห่างถึง 3 ลูกมาแล้ว 4 เกมติดต่อกัน ไม่ว่าจะเป็นเกมกับ เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด, ไบรท์ตัน, บอร์นมัธ และ แอสตัน วิลล่า อย่างไรก็ตามเมื่อทำไม่ได้การพ่ายแพ้ด้วยสกอร์แค่ 1-0 ที่ คิง พาวเวอร์ สเตเดี้ยม อาจทำให้ แมนฯ ยูไนเต็ด หมดหนทางจบท็อปโฟร์ทันที

    “หากย้อนกลับไปไม่กี่เดือนถ้าคุณบอกกับ โซลชา ว่า -สถานการณ์เหล่านี้มันจะต้องไปลุ้นถึงเกมสุดท้าย- เขาก็คงไม่เชื่ออย่างแน่นอน ผมคิดว่านี่คือสิ่งที่เขาจะบอกกับตัวเองและนักเตะในอีก 72 ชั่วโมงต่อมา พวกเขาอยู่ในตำแหน่งที่ดี เป็นสิ่งที่ไม่คาดคิดว่าจะเกิดขึ้นในซีซั่นนี้” แกรี่ เนวิลล์ บอกกับ สกาย สปอร์ต

    “นี่ถือเป็นเรื่องดี แต่ที่แย่คือฟอร์มของพวกเขาดร็อปลง พวกเขาดูธรรมดาเหลือเกินซึ่งต่างจากตอนที่ฟอร์มยอดเยี่ยมนับตั้งแต่รีสตาร์ทลีก 2-3 เกมหลังนั้นแย่มาก ขาดทั้งพลังงาน, ความกระตือรือร้น และคุณภาพ”

    อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล จ่ายบอลให้ เมสัน กรีนวู้ด ทำประตูตีเสมอสุดสำคัญซึ่งทำให้การเสมอในสุดสัปดาห์เพียงพอที่จะให้ แมนฯ ยูไนเต็ด การันตีโควต้า ชปล. กรีนวู้ด ด้วยวัยแค่ 18 ปียิงประตูที่ 17 ในฤดูกาลนี้ซึ่งหลายคนคงจะยอมรับในความใจสู้ของเจ้าหนูคนนี้แล้ว

สถิติการเปลี่ยนผู้เล่นตัวจริงนับตั้งแต่รีสตาร์ทลีก

 

    ปัญหาคือนักเตะคนอื่นๆกลับไม่อยู่ในฟอร์มที่ควรจะเป็น ก่อนหน้าที่ทีมจะเจอกับ เชลซี พวกเราได้เห็น โซลชา ค้นพบ 11 ตัวจริงอย่างชัดเจนซึ่งมันเป็นเรื่องที่ดี แต่เมื่อขาดการหมุนเวียบผู้เล่น นั่นทำให้เกิดความเสี่ยงและเราได้เห็นแล้วว่านักเตะล้าลงไปมาก

    ปอล ป็อกบา กลายเป็นแพะรับบาปจากประตูที่ได้ของ เวสต์แฮม เขาเลือกที่จะใช้มือป้องกันลูกยิงของ ดีแคลน ไรซ์​ แทนที่จะยอมเสี่ยงให้บอลพุ่งเข้ามาหา ทว่ามันมีสิ่งที่ควรจะกังวลมากกว่าเรื่องนี้ นั่นคือมิดฟิลด์ชาวฝรั่งเศสใช้เวลาในสนามไปกับการวิ่งเหยาะๆ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าเขาค่อนข้างล้าพอสมควร แต่ในเกมกับ “ขุ้นค้อน” เขายังเล่นดีกว่า มาร์คัส แรชฟอร์ด ที่ไม่ได้ใกล้เคียงกับคำว่ามาตารฐานเลยในวันนั้น

โปรแกรมถี่ส่งผลกระทบต่อบรูโน่

 

    อย่างไรก็ตามคนที่เห็นความเหนื่อยล้าชัดเจนที่สุดคงจะเป็น บรูโน่ แฟร์นันด์ส เนื่องจากมันส่งผลกระทบถึงทีมโดยรวมด้วย

    อดีตมิดฟิลด์ตัวรุกลิสบอน กลายเป็นคนสำคัญที่อยู่เบื้องหลังพัฒนาการก้าวกระโดดของ แมนฯ ยูไนเต็ด ช่วงครึ่งหลังของฤดูกาล แต่เขาดูเหน็ดเหนื่อยมากในเกมที่ เวมบลีย์ เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ซึ่งไม่ต่างอะไรกับนัดเจอ เวสต์แฮม ที่โอลด์ แทรฟฟอร์ด ในสามวันถัดมา

    ในเกมกับ เชลซี มีช่วงเวลาที่เขาโชว์ศักยภาพอยู่บ้าง แต่โดยรวมนั้นเขาไม่สามารถนำตัวเองไปมีส่วนร่วมกับเกมรุกตามแบบที่เราคาดหวังไว้ บรูโน่ ถ้าหากไม่นับลูกจุดโทษเขามีโอกาสยิงประตูแค่ครั้งเดียวทั้งเกม ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่ต่ำลงมามากจากก่อนหน้านี้ที่มีค่าเฉลี่ยโอกาสยิง 3.5 ครั้งต่อเกม

    ขณะที่ในเกมกับ เวสต์แฮม มีโอกาสทองที่เขาสอดขึ้นไปในเขตโทษหวังจะทำประตูแต่จับบอลพลาดซึ่งเป็นเรื่องไม่บ่อยที่เราเห็นแบบนี้ รวมถึงอีกหลายๆจังหวะที่เขาเล่นเหมือนคนหมดแรง หรือแม้แต่ช่วงครึ่งหลังที่เขาควบคุมอารมณ์ไม่อยู่จนโดนใบเหลือง

จำนวนการสปริ้นของ บรูโน่ แฟร์นันด์ส ในแต่ละเกมนับตั้งแต่รีสตาร์ทลีก

 

    ความเหนื่อยล้าสะสมทำให้ บรูโน่ ทำผลงานไม่ออก ข้อมูลด้านบนโชว์ให้เห็นว่าเขาวิ่งไปหลายพื้นที่ในสนามซึ่งรวมเป็นระยะทางทั้งหมด 11.8 กิโลเมตรมากกว่านักเตะทุกคนของ แมนฯ ยูไนเต็ด

    นอกจากนี้สถิติด้านบนยังบ่งบอกว่าเขาวิ่งสปริ้นแค่ 5 ครั้งในเกมล่าสุด ซึ่งค่าเฉลี่ยการสปริ้นของเขานับตั้งแต่พรีเมียร์ลีกรีสตาร์ทมาคือ 13 ครั้งต่อเกม ไม่แปลกใจที่เราจะเห็นความเหนื่อยล้าของเขาอย่างชัดเจน

    ทั้งที่เพิ่งย้ายจาก สปอร์ติ้ง ลิสบอน มาร่วมทัพ “ผีแดง” ในเดือนมกราคม แต่เขาออกสตาร์ทตัวจริงในทุกรายารถึง 18 นัดนับตั้งแต่ลงประเดิมสนามในเดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งมันจะเป็นเกม 19 ในสุดสัปดาห์นี้อย่างแน่นอน นั่นหมายความว่าเขาลงตัวจริงทุกนัดในช่วงรีสตาร์ทซีซั่น

    แมนฯ ยูไนเต็ด มีเวลาเพียงแค่ 3 วันเท่านั้นในการเตรียมตัวลงเล่นนัดสุดท้าย ขณะที่ เลสเตอร์ ได้พักมาหนึ่งสัปดาห์เต็มๆ และผลจากการเสมอ เวสต์แฮม ไม่ได้เล่นอย่างผ่อนคลายในเกมสุดท้าย โซลชา คงต้องหวังให้ บรูโน่ ฮึดรอบสุดท้ายเพื่อพาทีมคว้าตั๋ว ชปล.

ประตู “ลินการ์ดทำแฟนบอลชวดเงินเข้ากระเป๋า

เจสซี่ ลินการ์ด ปีกแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทำเอาแฟนบอลบางคนต้องน้ำตารินหลังซัดประตูแรกในเกมลีกซีซั่นนี้ แมตช์ชนะ เลสเตอร์ ซิตี้ เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ส่งผลให้พวกเขาต้องชวดเงินกินขนมไปอย่างน่าเสียดาย
    แอนโทนี่ จอห์นสัน แฟนบอลรายหนึ่งยิ้มทั้งน้ำตาเมื่อ เจสซี่ ลินการ์ด ทำลายฝันที่จะได้เงินกินขนมหลังจากนักเตะซัดประตูในแมตช์ช่วย แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ชนะ เลสเตอร์ ซิตี้ 2-0 ที่สนามคิง เพาเวอร์ สเตเดี้ยม เกมพรีเมียร์ลีก อังกฤษ นัดสุดท้าย เมื่อวันอาทิตย์ที่ 26 กรกฎาคมที่ผ่านมา

    ลินการ์ด ถูกส่งลงมาเล่นในนาทีที่ 77 แทนที่ เมสัน กรีนวู้ด โดยเกมนี้ดูเหมือนทุกอย่างจะจบที่สกอร์ "ผีแดง" ชนะ 1-0 แต่ถึงกระนั้นช่วงทดเจ็บ 90+8 แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล พยายามเลี้ยงหลบ  ลินการ์ด นอกเขตโทษ แต่พลาดโดนมิดฟิลด์ชาวอังกฤษฉกเข้าไปยิงง่ายๆให้ แมนยู นำ 2-0

    สำหรับประตูนี้ทำให้ จอห์นสัน ซึ่งวางเดิมพันในกรณีที่ ลินการ์ด จะไม่ยิงประตูหรือแอสซิสต์ในฤดูกาล 2019/2020 ด้วยวงเงิน 3.30 ปอนด์ (ราว 125.4 บาท) ชวดรับทรัพย์จำนวน 135.30 ปอนด์ (ราว 5,141.4 บาท) แต่งานนี้เจ้าตัวไม่ได้เครียดมากนัก แถมยังออกแนวดีใจกับ ดาวเตะเลือดผู้ดี วัย 27 ปีด้วย 

    ขณะเดียวกัน Amazon Prime Video Sport เว็บไซต์ดัง ได้โพสต์ภาพที่แฟนบอลอีกรายต้องชวดเงินจากจำนวน 670 ปอนด์ (ราว 25,460 บาท) จากการวางเดิมพันด้วยเงินเพียงแค่ 10 ปอนด์ (ราว 380 บาท) เท่านั้น หลัง ลินการ์ด ซัดประตูตอกฝาโลกในช่วงทดเจ็บแมตช์นี้

7 แข้งเตรียมตบเท้าตาม อเล็กซิส ซานเชซ อำลา แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กลับมาโม่เกือกในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก อีกครั้ง และแน่นอนว่าพวกเขาจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องทำการถ่ายเลือดใหม่ เพื่อโอกาสที่จะประสบความสำเร็จทั้งในพรีเมียร์ลีก และโทรฟี่ "บิ๊กเอียร์" ฉะนั้นการขายและการเสริมทัพเป็นสิ่งที่สำคัญมากๆ

    โอเล่ กุนนาร์ โซลชาย นายใหญ่ชาวนอร์เวย์ แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าต้องการสร้างความแข็งแกร่งในเชิงลึกให้กับขุมกำลังของทีม และต้องการที่จะนำทีมกลับมาอยู่ในระดับท็อปของวงการฟุตบอลสโมสรยุโรป ดังนั้น "ปีศาจแดง" จำเป็นต้องพร้อมในทุกๆ ตำแหน่ง

    ไม่ต้องสงสัยเลยว่าพวกเขาพร้อมที่จะทุ่มเงินในช่วงซัมเมอร์นี้เพื่อหากผู้เล่นคุณภาพดีมาร่วมทีม และการทำแบบนั้นหมายความว่านักเตะบางคนที่อยู่ในทีมจำเป็นต้องถูกขายทิ้งไป อย่างในกรณีของ อเล็กซิส ซานเชซ ที่ทำผลงานได้ดีในการเล่นแบบยืมตัวกับ อินเตอร์ มิลาน และมีแววจะได้ย้ายไปอยู่กับทัพ "งูใหญ่" ถาวร

    นอกจาก หัวหอกทีมชาติชิลี ที่เตรียมเก็บข้าวของออกจากถิ่นโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด แล้ว ยังมีแข้ง "ผีแดง" อีกอย่างน้อย 7 รายที่พร้อมออกไปหาโอกาสใหม่ให้กับตัวเอง

คริส สมอลลิ่ง

กรณีของ คริส สมอลลิ่ง ก็เหมือนกับ ซานเชซ เพราะนักเตะถูกส่งไปเล่นแบบยืมตัวที่ประเทศอิตาลี และเขาก็ทำผลงานได้ดีเยี่ยมในการคุมแนวรับให้กับ "หมาป่าเหลืองแดง" โรม่า ทำให้ตอนนี้มีความเป็นไปได้สูงที่เขาอาจจะเลือกอยู่หม่ำพิซซ่าที่ดินแดนรองเท้าบูทแบบถาวร

    ผลงานของ สมอลลิ่ง ต้องบอกว่าดีเกินคาด เพราะช่วยทำให้เกมรับของ "จัลโล่รอสซี่" เหนียวแน่นมากยิ่งขึ้น และด้วยเหตุนี้ทำให้ โรม่า แสดงความต้องการที่จะเก็บเขาเอาไว้กับทีมแบบถาวร อย่างไรก็ตามการจะได้ เซนเตอร์แบ็กชาวอังกฤษ รายนี้มาร่วมทัพคงไม่ใช่เรื่องง่ายๆ

    เนื่องจาก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด หวังที่จะได้ค่าตัวของนักเตะให้สูงที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เพราะสโมสรไม่ต้องการ สมอลลิ่ง อีกแล้ว เนื่องจากตอนนี้คู่เซนเตอร์แบ็กอย่าง วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ กับ แฮร์รี่ แม็กไกวร์ ทำผลงานได้อย่างสุดยอด ขณะเดียวกัน อั๊กเซล ตวนเซเบ้ ก็มีอนาคตกับทีม

    ฉะนั้นคงยากที่จะเห็น สมอลลิ่ง กลับมาทวงตำแหน่งคืนได้ และการย้ายทีมแบบถาวรน่าจะสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับทั้งสโมสรกับนักเตะ

อันเดรียส เปเรยร่า

ต้องยอมรับว่าตอนนี้ อันเดรียส เปเรยร่า แทบจะหมดอนาคตใน "โรงละครแห่งความฝัน" หลังจากการมาของ บรูโน่ แฟร์นันด์ส จอมทัพทีมชาติโปรตุเกส ซึ่งทำผลงานได้อย่างสุดยอดกับทัพ "ปีศาจแดง" นับตั้งแต่ที่ย้ายมาอยู่กับทีมเมื่อช่วงปลายเดือนมกราคมที่ผ่านมา

    แฟร์นันด์ส สร้างผลงานดีมีคุณภาพกับทัพ "เร้ด เดวิลส์" เพราะการมาของเขาช่วยยกระดับฟอร์มการเล่นของทีมอย่างเห็นได้ชัด และแน่นอนว่าหนึ่งในการที่ทีมติดอันดับ 3 ของตารางคว้าตั๋วไปลุยศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ก็มาจากความสุดยอดของดาวเตะเลือดฝอยทอง

    ที่สำคัญ แฟร์นันด์ส ยังเล่นเข้าขากับ ปอล ป็อกบา ซึ่งหายเจ็บกลับมาช่วยทีมในช่วงโค้งสุดท้ายของซีซั่นนี้ ทำให้ตอนนี้ทั้งสองคนถือเป็นผู้เล่นแห่งอนาคตในการปั้นเกมบุกให้กับ "ปีศาจแดง" ฉะนั้นคงเป็นเรื่องยากที่ เปเรยร่า จะสอดแทรกระหว่างสองคนนี้

    ด้วยข้อจำกัดในเรื่องโอกาสลงสนาม นั่นทำให้ เปเรยร่า จำเป็นต้องที่จะต้องมองหาโอกาสลงสนามอย่างต่อเนื่องกับสโมสรอื่นดีกว่าที่จะถูกจับดองในซุ้มม้านั่งสำรอง

มาร์กอส โรโฮ

ซานเชซ กับ สมอลลิ่ง ไม่ใช่สองนักเตะของ แมนฯ ยูไนเต็ด เท่านั้นที่ถูกส่งไปเล่นแบบยืมตัว โดย มาร์กอส โรโฮ กองหลังชาวอาร์เจนไตน์ ก็เป็นอีกหนึ่งคนที่ถูกส่งไปเล่นกับ เอสตูเดียนเตส สโมสรในลีกบ้านเกิด และดูเหมือนนักเตะจะอยู่โยงกับที่นั่นซะด้วย

    หากมองจากความเป็นจริง กองหลังเลือดฟ้าขาว แทบไม่เหลืออนาคตใน "เธียเตอร์ ออฟ ดรีม" แล้ว เพราะนักเตะไม่ได้มีชื่ออยู่ในแผนการทำทีมของ โซลชา ที่สำคัญกรณีของเขาก็เหมือนกับ สมอลลิ่ง เพราะที่ว่างในแผงหลังของ "ผีแดง" ไม่มีให้เขาอีกต่อไป

    แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า โรโฮ ไม่ใช่นักเตะแห่งอนาคตของพวกเขาอีกต่อไปแล้ว เพราะทีมไม่สนใจที่จะขยายสัญญากับเขา ฉะนั้นนี่คงเป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่า "เร้ด เดวิลส์" ไม่ต้องการให้เขาอยู่กับสโมสรอีกต่อไป

ดีโอโก้ ดาโลต์

 สำหรับ ดีโอโก้ ดาโลต์ ถือเป็นนักเตะที่ โชเซ่ มูรินโญ่ อดีตกุนซือแมนฯ ยูไนเต็ด ชื่นชอบมากๆ และเป็นคนที่ดึงนักเตะมาเสริมแกร่ง อย่างไรก็ตามเจ้าตัวแทบไม่ค่อยได้ลงสนามเพราะดันมีปัญหาเรื่องอาการบาดเจ็บบ่อยๆ ทำให้เขาต้องพลาดโอกาสในการพัฒนาฝีเท้า

    ที่สำคัญในยุค "น้าลูกอม" กุมบังเหียน ดาโลต์ แทบไม่ได้โผล่ลงสนามด้วยซ้ำ เพราะกุนซือเบบี้เฟซ ชื่นชอบ  ทิโมธี โฟซู-เมนซาห์ กองหลังดาวรุ่ง และมักจะให้โอกาสได้ลงสนามอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วงท้ายซีซั่น ทำให้ ดาโลต์ ได้แต่มองตาปริบๆ

    ที่สำคัญยังมีรายงานออกมาอย่างต่อเนื่องว่า โซลชา ตั้งเป้าที่จะเสริมทัพในตำแหน่งฟลูแบ็กซะด้วย นั่นยิ่งเป็นเรื่องยากลำบากที่ ดาโลต์ จะสอดแทรกเข้ามาอยู่ในทีมชุดใหญ่ของสโมสร ดังนั้นทางเลือกที่ดีที่สุดของนักเตะก็คือการออกไปหาโอกาสใหม่กับทีมอื่น ขณะเดียวกันการขายเขาออกไปยังช่วยให้ทีมมีเงินทุนในการซื้อแข้งใหม่ด้วย

ฟิล โจนส์

สำหรับฟิล โจนส์ เป็นหนึ่งในนักเตะที่อยู่รับใช้สโมสรมายาวนานที่สุดในชุดปัจจุบัน แต่ด้วยผลงานของเขาในช่วงที่ผ่านมา ดูเหมือนว่าเวลาของเขากับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ใกล้จะถึงวันหมดอายุซะแล้ว เพราะผลงานในช่วงที่ผ่านมา ไม่ถูกจริตสาวก "เร้ด อาร์มี่" และ โซลชา ด้วย

    กองหลังชาวอังกฤษ แทบไม่ได้ลงสนามในฤดูกาลนี้ และตอนนี้เขาเริ่มรู้สึกตัวแล้วว่าหากอยากจะมีอนาคตในการเล่นฟุตบอล คงจำเป็นต้องออกไปหาโอกาสกับทีมอื่นๆ เพราะตอนนี้นักเตะแทบจะโดนเมินจาก โซลชา ที่สำคัญหากสโมสรซื้อเซนเตอร์แบ็กคนใหม่เข้ามาร่วมทีม งานนี้ โจนส์ รู้ทันทีว่าคงไม่มีที่ว่างสำหรับเขาอีกแล้ว

    หากในกรณีที่ แมนฯ ยูไนเต็ด ขาย โจนส์ ไปจริงๆ ก็ไม่ได้ส่งผลกระทบอะไรเลย เนื่องจากพวกเขามี อั๊กเซล ตวนเซเบ้ ที่สามารถทำหน้าที่กองหลังแทน โจนส์ ได้สบายๆ ฉะนั้นสถานการณ์ของเขาในเวลานี้ก็คือการอำลาโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด หลังอยู่กับทีมมานาน 9 ปี     

เซร์คิโอ โรเมโร่

ทุกๆ สายตากำลังจับจ้องตำแหน่งผู้รักษาประตูของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เพราะสถานการณ์ของ ดาบิด เด เคอา ในเวลานี้ไม่ค่อยโสภาสถาพร เนื่องจากความผิดพลาดของเขาทำให้มือ 1 ที่เคยครอบครองเอาไว้เป็นการถาวร เริ่มค่อยๆ สั่นคลอนขึ้นเรื่อยๆ

    ในช่วงซัมเมอร์นี้ ดีน เฮนเดอร์สัน โกลฟอร์มหนึบ กลับมาอยู่กับ แมนฯ ยูไนเต็ด เรียบร้อยแล้ว ฉะนั้นเขาคือผู้ท้าชิงอันดับ 1 ในการแย่งเบอร์ 1 จาก เด เคอา ส่วน เซร์คิโอ โรเมโร่ ที่มักจะโดนมองข้ามเป็นประจำ คงถึงเวลาที่จะต้องมองหาโอกาสใหม่ๆ ของตัวเองได้แล้ว

    โรเมโร่ ถูกยกย่องว่าเป็นยางอะไหล่ชั้นดี และมักจะได้ลงเล่นตัวจริงในเกมฟุตบอลถ้วย แต่แมตช์ล่าสุด โซลชา เลือกดร็อปเขาและให้โอกาส เด เคอา ทำหน้าที่สำคัญ ซึ่ง โกลชาวสแปนิช ก็ดันเล่นผิดพลาดส่งผลให้ทีมต้องร่วงตกรอบรองชนะเลิศ ศึกเอฟเอ คัพ

    แม้ว่ามีหลายเสียงเรียกร้องให้โอกาสโรเมโร่ ได้ลงเล่นตัวจริง แต่สุดท้าย "น้าลูกอม" ยังเชื่อใจ เด เคอา เหมือนเดิม ขณะเดียวกันการที่ เฮนเดอร์สัน กลับมาสู่ต้นสังกัดแม่แล้ว งานนี้คงเป็นเรื่องยากที่จะเห็น โรเมโร่ ได้ผุดได้เกิด ฉะนั้นคงถึงเวลาแล้วที่เขาต้องอำลาทีม

เจสซี่ ลินการ์ด

แม้ว่า เจสซี่ ลินการ์ด จะยิงประตูในเกมสุดท้ายของศึกพรีเมียร์ลีก ฤดูกาลนี้ก็ตาม และหลายคนมองว่าสิ่งนี้จะช่วยให้เขาได้อยู่กับ แมนฯ ยูไนเต็ด ต่อไป แต่มีรายงานออกมาเป็นระลอกว่าสโมสรอาจจะต้องขายเขา เพื่อระดมทุนในการเสริมทัพช่วงซัมเมอร์นี้

    "ปีศาจแดง" จำเป็นต้องใช้เม็ดเงินค่อนข้างสูงในการเสริมทัพ เพราะนักเตะที่พวกเขาเล็งเอาไว้อย่าง เจดอน ซานโช ปีกจอมพลิ้ว "เสือเหลือง" โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ กับ แจ็ค กรีลิช กองกลางกัปตันทีม "สิงห์ผงาด" แอสตัน วิลล่า มีค่าตัวไม่ธรรมดาเลยทีเดียว

    ฉะนั้นทีมจำเป็นต้องขายนักเตะออกไป ที่สำคัญหากสโมสรได้ผู้เล่นทั้งสองคนมาร่วมทีมจริงๆ แน่นอนว่าโอกาสของ ลินการ์ด ที่จะได้ลงสนามยิ่งแทบไม่มี ด้วยเหตุนี้การย้ายทีมน่าจะเป็นเรื่องที่ดีที่สุดสำหรับทั้งสองฝ่าย ที่สำคัญด้วยสถานการณ์ทั้งในและนอกสนามของเขาไม่ค่อยดีนัก การเปลี่ยนบรรยากาศชีวิตอาจจะเป็นวิธีการแก้ปัญหาที่ดีที่สุด