มอยส์เผยเคยกาหัวเบลเป้าหมายเบอร์1สมัยคุมแมนยู

เดวิด มอยส์ กุนซือ เวสต์แฮม ระบุ ตอนคุม แมนฯ ยูไนเต็ด ตนเคยอยากได้ แกเร็ธ เบล จนถึงขั้นกาหัวเขาเป็นเป้าหมายเบอร์ 1 พร้อมบอกว่าที่จริงตอนนั้น "ปีศาจแดง" ทุ่มสุดตัวเพื่อที่จะปิดดีลกับ เบล ให้ได้ แต่ตัวนักเตะมีใจให้กับ เรอัล มาดริด ไปก่อนแล้ว

เดวิด มอยส์ ผู้จัดการทีม เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ยืนยันว่าตนเคยอยากได้ แกเร็ธ เบล ไปร่วมทัพในตอนที่คุม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จริงๆ แถมถึงขั้นกาหัวปีกชาวเวลส์เป็นเป้าหมายการเสริมทัพรายแรกด้วยซ้ำ

ในช่วงแรกๆ ที่ มอยส์ เข้าไปกุมบังเหียน แมนฯ ยูไนเต็ด เมื่อช่วงซัมเมอร์ ปี 2013 เขาตกเป็นข่าวกับนักเตะชื่อดังหลายราย อย่างเช่น เบล, เชส ฟาเบรกาส และ โทนี่ โครส เป็นต้น แต่สุดท้ายในตอนนั้นก็ได้เพียง มารูยาน เฟลไลนี่ มาร่วมทัพแค่คนเดียว โดยที่หลายคนตำหนิบอร์ดบริหารของ "ปีศาจแดง" ด้วยว่าไม่ทุ่มเทกับการล่าแข้งที่เป็นเป้าหมายของ มอยส์ มากเท่าที่ควร

มอยส์ ซึ่งอาจต้องเจอกับ เบล ในเกมลีกที่ เวสต์แฮม มีคิวดวลกับ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ในวันอาทิตย์ที่ 18 ตุลาคมนี้ เผยว่า "แกเร็ธ เบล อาจจะเป็นชื่อแรกที่ผมิคดถึงในตอนที่ผมเข้าไปรับงานกับที่นั่น ผมคิดว่า แกเร็ธ เบล เป็นนักเตะตามแบบฉบับของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เขาคือคนที่เหมาะสม ยูไนเต็ด เคยมีปีกเก่งๆ หลายราย ไล่ตั้งแต่ จอร์จ เบสต์ ไปจนถึง ไรอัน กิ๊กส์ ระหว่างยุคของ 2 คนนั้นพวกเขาก็มีปีกชั้นยอดอีกหลายคน"

"ผมอยากได้ แกเร็ธ เบล ไปเสริมทัพเป็นรายแรกในตอนที่คุม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แต่ตอนนั้นมันเหมือนกับว่าเขาก้าวขาไปทาง เรอัล มาดริด นิดๆ แล้ว ผมพยายามที่จะปาดหน้าพวกเขาให้ได้ ผมพยายามที่จะดึงเขามาร่วมทีมให้ได้แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ให้เงินมากกว่าที่ เรอัล มาดริด ยื่นให้เขา พวกเขายอมให้เงินมากกว่าแล้ว เราทำทุกทางเท่าที่จะทำได้เพื่อที่จะพยายามเอาเขาไปร่วมทีมให้ได้ เราถึงขั้นเตรียมเฮลิคอปเตอร์เอาไว้ที่สนามซ้อมเพื่อที่จะไปรับเขากลับมาด้วยซ้ำ เราเคยคิดว่าเรามีโอกาสที่จะได้เขาไปร่วมทีม แต่แล้วเขาก็เลือก เรอัล มาดริด ซึ่งมันก็เป็นการตัดสินใจที่ยอดเยี่ยม เพราะเขาได้แชมป์ แชมเปี้ยนส์ ลีก ถึง 4 สมัยกับที่นั่น เขามีอาชีพการค้าแข้งที่ยอดเยี่ยมสุดๆ"

ไปยกชุด!ลิเวอร์พูลเล็งปล่อย5แข้งก่อนปิดตลาด

"หงส์แดง" ลิเวอร์พูล เล็งโละแข้งส่วนเกินออกจากทีมถึง 5 ราย ก่อนตลาดในประเทศปิดวันศุกร์นี้ ซึ่งมีแข้งดังอย่าง แฮร์รี่ วิลสัน รวมอยู่ด้วย
            ลิเวอร์พูล ยอดสโมสรลูกหนังในศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ กำลังพิจารณาที่จะปล่อยนักเตะในทีม 5 คน ออกไปแบบสัญญายืมตัว ก่อนที่ตลาดซื้อ-ขายนักเตะภายในประเทศจะปิดตัวลง วันศุกร์ที่ 16 ตุลาคมนี้ ตามรายงานจาก โกล สื่อลูกหนังชื่อดัง เมื่อวันพุธที่ 14 ตุลาคม ที่ผ่านมา

            ช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา เจอร์เก้น คล็อปป์ ผู้จัดการทีม "หงส์แดง" ได้ปล่อยนักเตะที่หมดสัญญาอย่าง อดัม ลัลลานา รวมทั้งขาย เดยัน ลอฟเรน และ ริอาน บรูว์สเตอร์ ออกจากทีม และล่าสุด คล็อปป์ มีแผนที่จะลดขนาดทีมอีกรอบ โดยเล็งปล่อยนักเตะดาวรุ่งรวมและแข้งสำรองที่ไม่ค่อยได้ใช้งานออกไปแบบชั่วคราว

            โกล ระบุว่า แฮร์รี่ วิลสัน ปีกทีมชาติเวลส์ คือหนึ่งใน 5 รายที่จะถูกปล่อยออกจากทีม โดย สวอนซี ซิตี้, ดาร์บี้ เค้าน์ตี้, น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ และ คาร์ดิฟฟ์ ซิตี้ ต่างมีความสนใจที่จะยืมตัว ดาวเตะวัย 23 ปี ไปใช้งาน

            ขณะที่ เบน วู้ดเบิร์น มิดฟิลด์ดาวรุ่งชาวเวลส์ ก็เตรียมที่จะถูกปล่อยออกไปแบบยืมตัวอีกรอบ ซึ่งก็เชื่อกันว่า ตอนนี้เจ้าตัวกำลังเป็นที่ต้องการของสองสโมสรในระดับ ลีก วัน อย่าง ชาร์ลตัน แอธเลติก และ ฮัลล์ ซิตี้ นอกจากนี้ คล็อปป์ ก็หวังที่จะส่ง นาธาเนียล ฟิลลิปส์, เลียม มิลลาร์ และ เฮอร์บี้ เคน ให้สโมสรอื่นยืมตัวไปใช้งานอีกครั้งเช่นกัน

            ทั้งนี้ เมื่อไม่กี่วันก่อนมีกระแสข่าวว่า ลิเวอร์พูล อาจจะมีการเสริมทัพก่อนตลาดปิดวันศุกร์นี้ โดยเล็งเป้าไปที่ เดวิด บรู๊คส์ มิดฟิลด์ฝีเท้าดีของ บอร์นมัธ ซึ่งก่อนหน้านี้เคยมีข่าวกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

ศูนย์หน้าต่างชาติยิงกระจาย-ทีมยอดเยี่ยมไทยลีกนัดที่9

โฉมหน้าทีมยอดเยี่ยมไทยลีกประจำสัปดาห์ที่ 9 มีแข้งคนไหนโชว์ฟอร์มได้โดดเด่นเข้าตากันบ้าง มาดูกัน

 ผู้รักษาประตู : ธณชัย หนูราช (นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี)
ธณชัย มีปฏิกิริยาที่ยอดเยี่ยม โชว์ช็อตเซฟยากๆ ไว้หลายครั้ง ช่วยสวาดแคทสร้างประวัติศาสตร์บุกชนะบุรีรัมย์ครั้งแรกในการเล่นไทยลีก

กองหลัง :  อมานี่ อากีนัลโด้ (ตราด เอฟซี)
เล่นเกมรับได้แข็งแกร่งมากสำหรับปราการหลังทีมชาติฟิลิปปินส์ เก็บกวาดหน้าประตูให้ทีมได้ตลอดทั้งเกม ก่อนพาทีมเก็บคลีนชีตในเกมที่ ตราด บุกเอาชนะ เมืองทองฯ 1-0

กองหลัง : วสันต์ ฮมแสน (สุพรรณบุรี เอฟซี)
เป็นอีกหนึ่งกองหลังที่โชว์ผลงานได้เข้าตามากๆ จังหวะสู้กับ แฮร์ลิสัน ไคออน ดาวยิงตัวเก่งของ ชลบุรี ก็ทำได้ดี พร้อมช่วย ช้างศึกยุทธหัตถี เก็บคลีนชีตได้ในเกมนี้

กองหลัง : เฉลิมพงษ์ เกิดแก้ว (นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี)
ปราการหลังกัปตันทีมสวาดแคทสู้กับเกมรุกของบุรีรัมย์ได้อย่างสนุกไม่ว่าจะเป็นลูกกลางอากาศหรือทางพื้นดินงานนี้ เฉลิมพงษ์ เก็บกวาดได้หมด

กองกลาง : เจริญศักดิ์ วงษ์กรณ์ (สมุทรปราการ ซิตี้)
ผลงาน 2 แอสซิสต์ของเจ้าเต้ช่วยเขี้ยวสมุทรบุกมาแบ่งแต้มทีมฟอร์มแรงอย่างจ่าฝูงบีจีปทุมได้อย่างยอดเยี่ยม อีกทั้งจังหวะพาบอลไปกับตัวก็ยังทำได้ดีผลงานไม่มีตก

กองกลาง : โก ซุล กิ (การท่าเรือ เอฟซี)
เกมรุกดีไม่มีตก โก ซุล กิ มีส่วนร่วมช่วยการท่าเรือได้ 2 ประตู โดยหนึ่งในนั้นคือการเรียกจุดโทษ ในเกมที่ สิงห์เจ้าท่า เอาชนะ ระยอง เอฟซี 7-2

 กองกลาง : จุง เมียง โอ (สุโขทัย เอฟซี)
ในรูปเกมที่สุโขทัยเล่นเกมสวนกลับสู้กับแบงค็อก จุง เมียง โอ กองกลางชาวเกาหลีใต้ถือได้ว่าทำผลงานออกมาได้โดดเด่นมาก ทั้งจังหวะการจ่ายบอลทะลุช่องสวยๆให้เพื่อนลุ้นทำประตูก็มีให้เห็นหลายครั้ง แถมนัดนี้ยังมีชื่อเป็นผู้ทำประตูอีกด้วย

กองกลาง : จอห์น บาจโจ้ (สุโขทัย เอฟซี)
ป่วนแนวรับแข้งเทพชนิดที่เรียกว่าไปไม่เป็น โดยเฉพาะการโต้กลับที่เล่นร่วมกับ อิบสัน เมโล่ ทำให้ทุกอย่างลงตัวมากๆ แถมเกมนี้ บาจโจ้ ยังทำได้ 1 สกอร์ พร้อมกับ 2 แอสซิสต์อีกด้วย

กองหน้า : อิบสัน เมโล่ (สุโขทัย เอฟซี)
การเล่นเกมรุกของ อิบสัน เมโล่ สามารถโจมตีแนวรับ แข้งเทพ ได้ทุกจังหวะ รวมไปถึงการประสานงานกับบาจโจ้ที่ช่วยเพิ่มความอันตรายให้คู่แข่งขึ้นเป็นหลายเท่า ก่อนที่เกมนี้จบด้วยการที่ อิบสัน เมโล่ ทำ 2 ประตูช่วยให้ค้างคาวไฟยืดสถิติไร้พ่ายเป็นนัดที่ 6

กองหน้า : เซร์คิโอ ซัวเรส (การท่าเรือ เอฟซี)
ยังคงโชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมสำหรับ เซร์คิโอ ซัวเรส มีโอกาสลุ้นทำประตูหลายครั้ง ก่อนที่เกมนี้สามารถทำประตูได้ 2 ลูก พาพสิงห์เจ้าท่าบุกถล่ม ระยอง เอฟซี 7-2

กองหน้า : เลอันโดร อัสซัมเซา (นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี)
ด้วยฟอร์มอันยอดเยี่ยมยิง 1 และจ่าย 1 ของ อัสซัมเซา ช่วยทัพสวาดแคทบุกกำชัยเหนือบุรีรัมย์ พร้อมสร้างประวัติศาสตร์ให้โคราชบุกมาเก็บชัยชนะถึงถิ่นปราสาทสายฟ้าเป็นครั้งแรกในการเล่นไทยลีกอีกด้วย

ธุรกิจพัง!อดีตแข้งลิเวอร์พูลขายเหรียญแชมป์ชปล.

หลังจากมีปัญหาด้านการเงินอย่างรุนแรงตลอดช่วงที่ผ่านมาทำให้ สตีฟ ฟินแน่น จำเป็นต้องขายของต่างๆ จากสมัยที่ยังค้าแข้งอยู่ อย่างเช่นเหรียญแชมป์ แชมเปี้ยนส์ ลีก ในซีซั่น 2004-05 โดยเขาเปิดให้ประมูลในราคา 12,000-15,000 ปอนด์

สตีฟ ฟินแน่น อดีตแบ็กขวาชาวไอริช กำลังเร่ขายบรรดาเหรียญแชมป์และชุดแข่งของตัวเอง อย่างเช่นเหรียญแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ฤดูกาล 2004-05 ที่คว้ามาครองได้ตอนอยู่กับ ลิเวอร์พูล ยอดสโมสรแห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ

ฟินแน่น แขวนสตั๊ดไปเมื่อปี 2010 และที่ผ่านมาเขาก็เจอปัญหาทางการเงินเยอะมาก โดยก่อนหน้านี้ เดอะ ไทม์ส สื่อชื่อดังระบุว่าธุรกิจด้านพัฒนาที่ดินของเขาพังทลาย แถมเขายังผิดใจกับคนในครอบครัวเรื่องหนี้จำนวนเกิน 4.03 ล้านปอนด์ (ประมาณ 161.2 ล้านบาท) อีก

สำหรับการขายบรรดาสมบัติของ ฟินแน่น นั้น เป็นการทำในรูปแบบเปิดให้คนมาประมูลสู้ราคากัน โดยเขาขายในเว็บไซต์ชื่อ Graham Budd Auctions ซึ่งเหรียญแชมป์ แชมเปี้ยนส์ ลีก ของเขาเปิดให้ประมูลอยู่ที่ราคา 12,000-15,000 ปอนด์ (ประมาณ 480,000-600,000 บาท) ส่วนเสื้อที่อดีตแข้งวัย 44 ปีใส่ในนัดชิงดำของปีนั้นเปิดขายที่ราคา 2,000-2,500 ปอนด์ (ประมาณ 80,000-100,000 บาท)

“แม็กไกวร์” ทำสถิติหายากหลังโดนไล่ออกที่เวมบลีย์

แฮร์รี่ แม็กไกวร์ ปราการหลังร่างใหญ่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทำสถิติหายากในทีมชาติอังกฤษ ที่ก่อนหน้านี้มีเพียงแค่ 2 รายที่ทำได้ หลังเจ้าตัวถูกไล่ออกในเกมเจอกับ เดนมาร์ก เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา
                แฮร์รี่ แม็กไกวร์ เซนเตอร์แบ็กกัปตันทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กลายเป็นแข้งทีมชาติอังกฤษรายที่ 3 ในประวัติศาสตร์ ที่ถูกไล่ออกในการเตะที่สังเวียนแข้ง เวมบลีย์ หลังเจ้าตัวได้รับใบแดงตั้งแต่ช่วงครึ่งแรกในศึก ยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก เอ กลุ่มสอง นัดที่ "สิงโตคำราม" แพ้ เดนมาร์ก คาบ้าน 0-1 เมื่อวันพุธที่ 14 ตุลาคม ที่ผ่านมา

              แม็กไกวร์ ได้รับใบเหลืองแรกตั้งแต่นาทีที่ 5 ก่อนมาโดนอีกเหลืองในนาทีที่ 31 หลังเข้าหนักใส่ แคสเปอร์ ดอลเบิร์ก ทำให้ ปราการหลังร่างยักษ์วัย 27 ปี กลายเป็นนักเตะ "ทรีไลอ้อนส์" คนที่ 3 ที่โดนไล่ออกในเกมที่ เวมบลีย์ ต่อจากสองตำนานมิดฟิลด์อย่าง พอล สโคลส์ (เจอ สวีเดน เมื่อเดือนมิถุนายน ปี 1999) และ สตีเว่น เจอร์ราร์ด (เจอ ยูเครน เมื่อเดือนกันยายน ปี 2012) 

              เกมนี้ เดนมาร์ก ได้ประตูชัยจากการสังหารลูกจุดโทษของ คริสเตียน อีริคเซ่น ในนาทีที่ 35 ซึ่งนี่ถือเป็นครั้งแรกที่ อังกฤษ เสียประตูจากลูกจุดโทษและมีผู้เล่นถูกไล่ออกในเกมเดียวกัน นับตั้งแต่เกมรอบ 16 ทีมสุดท้ายศึก เวิลด์ คัพ 1998 ที่ อังกฤษ เจอกับ อาร์เจนตินา (เดวิด เบ็คแฮม โดนไล่ออก)

ฟ้องซีอีโอ!ลือดีบาล่าฉุนไม่ได้ลงเล่นแม้แต่วินาทีเดียว

 

ตุ๊ตโต้สปอร์ต สื่อกีฬาของอิตาลี ตีข่าว เปาโล ดีบาล่า ไปบ่นกับ ฟาบิโอ ปาราติชี่ ซีอีโอของทีมถึงเรื่องที่ในซีซั่นนี้เขายังไม่ได้ลงเล่นแม้แต่วินาทีเดียว โดยเจ้าตัวยังไปกด "ถูกใจ" ข้อความของแฟนบอลที่กังขากับการที่เขาไม่ได้ลงเล่นในนัดล่าสุดด้วย

เปาโล ดีบาล่า กองหน้า ยูเวนตุส เข้าไปแสดงความไม่พอใจกับ ฟาบิโอ ปาราติชี่ ประธานบริหารของทีม จากกรณีที่ฤดูกาลนี้เขายังไม่ได้รับโอกาสลงเล่นเลย หลังจบเกม กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี นัดที่ "เบียงโคเนรี่" บุกไปเสมอกับ โครโตเน่ 1-1 เมื่อวันเสาร์ที่ 17 ตุลาคม ที่ผ่านมา ตามรายงานของ ตุ๊ตโต้สปอร์ต สื่อกีฬาชั้นนำของเมืองมะกะโรนี

แม้ว่าฤดูกาลก่อน ดีบาล่า จะกลับมาทำผลงานได้โดดเด่นจนถึงขั้นทำไป 17 ประตูกับ 14 แอสซิสต์ จากการลงเล่น 46 นัดในทุกรายการ แต่ในซีซั่นนี้เขากลับยังไม่ได้รับโอกาสลงเล่นแม้แต่นัดเดียว โดยเกมกับ โครโตเน่ ถือเป็นนัดที่สองในฤดูกาลนี้ที่เขามีชื่อติดทีม

 สถานการณ์ทั้งหมดทำให้ ดีบาล่า ไม่พอใจกับการตัดสินใจของ อันเดรีย ปีร์โล่ เทรนเนอร์คนใหม่ของทีมมากๆ จนเข้าไประบายอารมณ์กับ ปาราติชี่ ในอุโมงค์หลังจบนัดล่าสุด โดยถึงแม้ตอนแรกจะมีการบอกว่าเขาทะเลาะกับ ปาราติชี่ โดยตรง แต่มีการแก้ข่าวในภายหลังว่า ดีบาล่า แค่เข้าไปบ่นกับซีอีโอ ยูเวนตุส เท่านั้น

นอกจากนี้ ดีบาล่า ยังกด "ถูกใจ" ข้อความของแฟนบอลที่กังขาถึงเรื่องที่ ปีร์โล่ ไม่ส่งเจ้าตัวลงเล่นในนัดล่าสุดด้วย จนเหมือนกับจะสื่อว่าเขาโมโหกับการตัดสินใจของตำนานมิดฟิลด์ชาวอิตาเลียนจริงๆ ก่อนที่อดีตดาวเตะ ปาแลร์โม่ จะลบข้อความนั้นทิ้งในเวลาต่อมา

บอลเป็นเหตุสังเกตได้!สาวเล่นชู้เซ็งผัวคลั่งลิเวอร์พูล

ลิเวอร์พูลเกี่ยวอะไรด้วย !? ซาช่า อิสตรีท่านหนึ่ง เปิดใจเหตุผลที่เธอนอกใจสามีเพราะเบื่อหน่ายที่เขามัวแต่หมกมุ่นอยู่กับการชมเกมลูกหนังของ "หงส์แดง" จนละเลิกการทำ "การบ้าน" เป็นประจำ ทำให้เธอต้องหาทางออกเพื่อคลายกำหนัดด้วยการเล่นเว็บหาคู่ จนสุดท้ายต้องลงเอยด้วยการมีชู้ แถมไม่รู้สึกผิดเพราะกำลังคิดเล่นชู้กับชายอีกคน เนื่องจากพอลองทำแล้วรู้สึกตื่นเต้นกับชีวิต
               ลิเวอร์พูล สโมสรขวัญใจมหาชนแห่งศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ โดนลากไปเอี่ยวว่าเป็นสาเหตุทำให้ชีวิตครอบครัวร้าวฉาว หลังอิสตรีรายหนึ่งอ้างว่าเธอนอกใจสามีเพราะเบื่อหน่ายที่ฝ่ายชายมัวแต่สนใจดูเกม "หงส์แดง" มากกว่าที่จะทำกิจกรรมเข้าจังหวะบนเตียง

               ซาช่า วัย 32 ปีซึ่งงานเป็นช่างทันตกรรม เริ่มนอกใจ สตีฟ สามีของเธอที่เป็นสาวก "เดอะ ค็อป" พันธ์แท้ที่มัวไปยุ่งวุ่นวายกับการเชียร์ ลิเวอร์พูล ทำศึกพรีเมียร์ลีก มากกว่าที่จะเปิดสงครามใต้สะดือกับเธอ และตัดสินใจที่หันไปเล่น IllicitEncounters เว็บไซต์หาคู่ในเมืองผู้ดี จนกระทั่งได้สร้างสัมพันธ์สวาทกับผู้จัดการบริษัทไอทีแห่งหนึ่ง

               สาวผู้อาภัพชีวิตคู่เพราะเกมลูกหนัง กล่าวว่า "ความจริงที่น่าเศร้าก็คือ สตีฟ มัวแต่หมกมุ่นอยู่กับ เจอร์เก้น คล็อปป์, จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ และนักเตะคนอื่นๆ ของลิเวอร์พูล ชีวิตของเขาวนเวียนอยู่กับเรื่องฟุตบอล และถ้าเขาไม่ได้ดูทีวี เขาก็จะออกไปผับพร้อมกับเพื่อนๆ ของเขาเพื่อพูดคุยเรื่องเกมฟุตบอล"

              "มันยิ่งเลวร้ายมากๆ เมื่อปีที่ผ่านมาตอนที่ ลิเวอร์พูล กำลังจะคว้าแชมป์ลีกสมัยแรกในรอบ 30 ปี ฉันคิดว่ามีหลายสิ่งที่อาจจะแก้ไขได้ช่วงระหว่างที่ล็อกดาวน์ เมื่อการแข่งขันหยุดแข่งไปสักพัก แต่หลังจากนั้นเขาก็เอาแต่ตึงเครียดเนื่องจากกังวลว่าฤดูกาลจะถูกยกเลิกหรือไม่"

              "ฉันพยายามอ้อนวอนเขาเพื่อให้เสียสละเวลามาอยู่กับฉันมากขึ้น แต่เขาเอาแต่หมกมุ่นเรื่องฟุตบอล ชีวิตเซ็กซ์ของเรามันค่อยๆ เหือดหายไป และฉันก็ถูกปล่อยทิ้งไว้อย่างอ้างว้างในบ้านเพียงลำพังหลายชั่วโมง"

              หลังจากนั้นเพื่อนของ ซาช่า ซึ่งใช้เว็บไซต์หาคู่ดังกล่าว จนได้แต่งงาน พยายามแนะนำให้เธอลองเล่นเว็บนี้ จนกระทั่งเธอได้รับข้อความถึง 15 ข้อความจากหนุ่มๆ ที่อยากออกเดทกับเธอ โดย ซาช่า เผยต่อไปว่า "ฉันรู้ว่าหากฉันใส่ประวัติของฉันลงไปฉันคงได้รับความสนใจพอสมควร แต่ฉันรู้สึกว่าชีวิตของฉันมันน่าเบื่อหน่ายมากๆ และต้องการเปลี่ยนแปลง"

             "แค่ 24 ชั่วโมงที่เข้าไปเล่นในเว็บนี้ ฉันได้รับ 15 ข้อความในอินบล็อกเพื่อขอออกเดท ฉันคัดคนที่ดีที่สุดเหลือแค่ 3 คน และสุดท้ายก็มีเพียง พอล ซึ่งเป็นผู้จัดการบริษัทไอที แถมยังอาศัยอยู่ใกล้ๆ กับฉัน และเขาก็เบื่อหน่ายชีวิตแต่งงานของเขาหลังจากผ่านไป 4 ปี"

            "ไม่รู้ว่าเราพร้อมจะเลิกกับคู่ของเราหรือไม่ แต่เราอยากได้แรงกระตุ้นที่น่าตื่นเต้นจากคนใหม่ๆ เราออกไปดื่มที่ผับ และก็เข้ากันได้เป็นอย่างดี ภายในไม่กี่สัปดาห์ทุกอย่างก็เรียบร้อย เราไปหลับนอนกันกัน 2 ครั้งต่อสัปดาห์ มันเป็นเรื่องง่ายสำหรับฉันที่จะได้พบกับ พอล เพราะฉันแอบออกจากบ้านเมื่อไหร่ก็ตามที่ลิเวอร์พูลแข่ง"

            "สตีฟ จะใช้เวลาในการชมเกมแต่ละแมตช์อย่างน้อย 5 ชั่วโมง จากนั้นเขามักจะโพสต์อะไรก็ตามร่วมกับแฟนบอลคอเดียวกันหลังจบเกมอีกหลายชั่วโมง เขาไม่เคยสังเกตเลยว่าฉันออกจากบ้าน ฉันติดต่อกับผู้ชายคนอื่นที่มีเสน่ห์มากๆ ในเว็บไซต์ IllicitEncounters.com และฉันอยากที่จะเริ่มนอกใจครั้งที่สอง เพราะมันทำให้ฉันสนุกตื่นเต้นมากๆ" ซาช่า ระบุ

อินเตอร์กลุ้ม!ลืออเล็กซิสเดี้ยงหนัก

เอดีเอ็น เรดิโอ สื่อของชิลี ระบุ อเล็กซิส ซานเชซ เจ็บด้านกล้ามเนื้อจากเกมเจ๊า โคลอมเบีย โดยอาการมันร้ายแรงจนอาจจะถึงขั้นทำให้เขาอดช่วยบ้านเกิดในช่วงกลางเดือนหน้าด้วย

อเล็กซิส ซานเชซ ดาวเตะ อินเตอร์ มิลาน ยอดสโมสรแห่งเวที กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี ได้รับบาดเจ็บอย่างรุนแรงเกี่ยวกับกล้ามเนื้อ ตามรายงานของ เอดีเอ็น เรดิโอ สื่อในประเทศชิลี

ดาวเตะวัย 31 ปีเพิ่งได้ลงเล่นเป็นตัวจริงในเกม ฟุตบอลโลก 2022 รอบคัดเลือก โซนอเมริกาใต้ ทั้ง 2 นัดของ ชิลี ประกอบด้วยเกมกับ อุรุกวัย และ โคลอมเบีย แถมเขายังทำประตูในทั้ง 2 เกมดังกล่าวได้ด้วย แต่สุดท้ายเกมก็จบลงด้วยการเสมอกัน 1-1 และ 2-2 ตามลำดับ

ทั้งนี้ เอดีเอ็น เรดิโอ เผยว่าอาการเดี้ยงของ อเล็กซิส เกิดขึ้นในเกมกับ โคลอมเบีย พร้อมบอกว่าในกรณีที่ร้ายแรงที่สุดนั้น อดีตแข้ง บาร์เซโลน่า, อาร์เซน่อล และ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อาจจะต้องพักนานจนถึงขั้นอดลงเล่นโปรแกรมเกมทีมชาติในช่วงกลางเดือนพฤศจิกายนนี้ของ ชิลี ด้วย ซึ่งนั่นหมายความว่าเขาจะอดลงเล่นให้ อินเตอร์ หลายนัดเช่นกัน อย่างเช่นเกมลีกนัดดาร์บี้แมตช์แห่งเมืองมิลานกับ เอซี มิลาน วันเสาร์ที่ 17 ตุลาคมนี้ และเกม ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบแบ่งกลุ่มกับ โบรุสเซีย มึนเช่นกลัดบัค ในวันที่ 21 ตุลาคมนี้ เป็นต้น

ระบาดไม่หยุด!แนวรับเป้าหมายแมนยูติดโควิด19

จูลส์ กุงเด้ กองหลังตัวเก่ง เซบีย่า มีผลการตรวจติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ส่งผลให้นักเตะต้องทำการกักตัวเป็นการด่วน และจะพลาดลงสนามหลายแมตช์ โดยเฉพาะเกมเยือน เชลซี ในศึกแชมเปี้ยนส์ ลีก คาดนักเตะจะกลับมาได้ในเกมพบ แรนส์ อีกสองสัปดาห์ข้างหน้า
              
เซบีย่า สโมสรในศึกลา ลีกา สเปน ประกาศยืนยัน จูลส์ กูงเด้ กองหลังชาวฝรั่งเศส ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 หลังจากผลการตรวจเป็นบวก ส่งผลให้นักเตะหมดสิทธิ์ช่วยต้นสังกัดหลายเกม โดยเฉพาะแมตช์ที่จะต้องปะทะกับ เชลซี ในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่ม อี

กูงเด้ เดินทางกลับมาจากการรับใช้ทีมชาติฝรั่งเศส รุ่นอายุไม่เกิน 21 ปี และได้เข้ารับการตรวจหาเชื้อไวรัสโควิด-19 โดยผลออกมานักเตะติดเชื้อ ทำให้ เซนเตอร์แบ็กวัย 21 ปี ต้องเข้ารับการกักตัวทันทีตามมาตรการเฝ้าระวังการแพร่ระบายของสาธารณสุข

ด้วยเหตุนี้ทำให้ เซบีย่า หมดสิทธิ์ใช้งาน กูงเด้ ในเกมลีกที่จะพบกับ กรานาด้า และ เออิบาร์ ขณะเดียวกันพวกเขายังไม่สามารถใช้งานแนวรับดาวรุ่งพุ่งแรงรายนี้ได้ในแมตช์ที่จะต้องไปเยือนทัพ "สิงโตน้ำเงินคราม" ที่สนามสแตมฟอร์ด บริดจ์ เกมถ้วยใบโตยุโรป กลางสัปดาห์หน้าด้วย โดยคาดว่า กูงเด้ จะกลับมาลงสนามให้ต้นสังกัดในแมตช์พบกับ แรนส์ เกมแชมเปี้ยนส์ ลีก อีก 2 สัปดาห์ข้างหน้า

ทั้งนี้ กูงเด้ ซึ่งเป็นหนึ่งในขุนพลสำคัญนำ เซบีย่า ดับซ่า อินเตอร์ มิลาน คว้าแชมป์ยูฟ่า ยูโรปา ลีก เมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา เคยมีข่าวได้รับความสนใจจาก แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ช่วงซัมเมอร์นี้ แต่สุดท้าย  "เรือใบสีฟ้า" เลือกเซ็นสัญญากับ รูเบน ดิอาส แทน ขณะที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่พยายามคว้าเซนเตอร์แบ็กใหม่ ก็อยากได้นักเตะรายนี้ไปเล่นคู่กับ แฮร์รี่ แม็กไกวร์ ด้วย

 

ริชาร์ลิซอนยันจังหวะเสียบติอาโก้เป็นอุบัติเหตุ

ริชาร์ลิซอน ออกโรงชี้แจงกรณีที่ไปเข้าเสียบ ติอาโก้ อัลกันตาร่า จนโดนใบแดงในเกมเมอร์ซี่ย์ไซด์ ดาร์บี้ ที่ต้นสังกัดเปิดบ้านเสมอกับ ลิเวอร์พูล 2-2 เมื่อช่วงค่ำวันเสาร์ที่ผ่านมา

เอฟเวอร์ตัน ทีมจ่าฝูงของ พรีเมียร์ลีก เปิดสนามกูดิสัน พาร์ค เสมอกับ ‘แชมป์เก่า’ ลิเวอร์พูล 2-2 ซึ่งในช่วงท้ายเกมนาทีที่ 90 ริชาร์ลิซอน แนวรุกชาวแซมบ้าของเจ้าถิ่นไปพุ่งเข้าเสียบใส่ ติอาโก้ อัลกันตาร่า มิดฟิลด์ของ ‘หงส์แดง’ จนโดนใบแดงโดยตรง และจากการให้สัมภาษณ์หลังจบเกมของ เจอร์เก้น คล็อปป์ นายใหญ่ฝั่งทีมเยือนดูเหมือนว่าแข้งสแปนิชจะมีอาการบาดเจ็บจากจังหวะดังกล่าว

ในเวลาต่อมา ริชาร์ลิซอน ได้กล่าวขอโทษผ่านเว็บไซต์ โดยมีเนื้อหาใจยืนยันว่าตนไม่ได้เป็นพวกนักเตะใช้ความรุนแรง และตนก็ได้ส่งข้อความไปขอโทษ ติอาโก้ แล้ว

"ทุกคนที่รู้จักผมจริงๆ จะรู้ว่าผมไม่ได้เป็นผู้เล่นใช้ความรุนแรงเลย" กองหน้าทีมชาติบราซิล กล่าว

"สิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้คืออุบัติเหตุจากความทุ่มเทเต็มที่ ผมไม่ได้จะโต้แย้งนั้นด้วยการเจตนาทำร้าย ติอาโก้"

"เมื่อผมเห็นว่าการปะทะกำลังจะเกิดขึ้น ผมก็รีบยกเท้าตัวเองขึ้นแล้วเข่าผมก็ไปชนกับเขาซึ่งเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้อยู่แล้วจากความเร็วของการเล่น"

"ผมส่งข้อความไปขอโทษเขาแล้ว และผมก็มาเปิดเผยต่อที่สาธารณะ ผมหวังว่าเขาจะไม่เจ็บอะไรมาก และทุกอย่างจะเป็นไปด้วยดี"

"ผมขอโทษต่อเพื่อนร่วมทีม, สโมสร และแฟนๆ ของผมที่ผมทิ้งพวกเขาไปในช่วงท้ายเกม"

"น่าเสียดายที่มันไม่มีอะไรที่ผมทำได้เพื่อเปลี่ยนแปลงกับสิ่งที่เกิดขึ้นนอกเหนือไปจากการไตร่ตรอง, ทำงาน และก้าวต่อไป"